
ตร.ไล่จับ 2 คนร้ายชิงทรัพย์ยิงดับ 1?
ตำรวจสายตรวจควบ จยย.ไล่จับโจรกรุงกระชากสร้อยยิงดับ 1 จับได้ 1 ผู้ต้องหาอ้างเมียท้องใกล้คลอด ไม่มีเงิน เลยชวนเพื่อนขับ จยย.ตระเวนหาเงิน รับเพิ่งพ้นโทษเมื่อปลายปีคดียาเสพติด ส่วนคู่หูเพิ่งออกจากสถานพินิจ
เมื่อเวลา 20.30 น.ร.ต.อ.ศักดิ์นรินทร์ รัตนพันธ์ พนักงานสอบสวน ( สบ 1)สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางโพงพางว่า เกิดเหตุยิงคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดได้ 1 คน บริเวณกลางซอยสาธุประดิษฐ์ 20 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม จึงรายงาน พล.ต.ต. กฤษณ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.วราวุธ ทวีชัยการ พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบก.น. 5 ให้ทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ปราชญาณ จิเนราวัต รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.บุญญฤทธิ์ ไทมโนธรรม พ.ต.ท.ศรศักดิ์ ทองมี สว.สส.สน.วัดพระยาไกร
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณกลางซอยเจ้าหน้าที่พบกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บริเวณกลางถนน ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ประสานมูลนิธิฯนำคนร้ายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อภายหลังคือนายหนุ่ย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สภาพถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยด้านซ้ายทะลุเข้าตาขวา 1 นัด ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง แจ้งว่าได้ควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ทราบชื่อ นายอาณัต ดอกจูม อายุ 28 ปี ชาวอำเภอไทยเจริญ จ.ยโสธร พร้อมของกลาง อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นเสต็บ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และสร้อยคอทองคำ หนัก 1 สลึงครึ่งเส้นที่ก่อเหตุมาจากผู้เสียหาย
ต่อมา เวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพงพางได้ควบคุมตัวนายอาณัต ผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมด รวมทั้งนำตัวนางอุไร สุขจันทร์ อายุ 40 ปี ผู้เสียหายมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ทำการสอบสวน รวมทั้งได้ให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบศพและหารอยคราบเขม่าดินปืนที่มือของผู้ต้องหาที่ถูกยิงเสียชีวิตและผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้
จากาการสอบสวนเบื้องต้น นางอุไร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังเดินอยู่กับลูกสาวอายุ 7 ปีที่บาทวิถีริมถนน ระหว่างนั้นก็มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นลงมาจากรถจักรยานยนต์และเข้ามากระชากสร้อยคอทองคำแต่ตนพยายามขัดขืนจึงถูกตบไปหนึ่งครั้งแต่คิดได้ว่ามาพร้อมกับลูกสาวจึงไม่ขัดขืนเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อคนร้ายได้สร้อยคอไปแล้วก็หนีขึ้นซ้อนรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไปแต่จังหวะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมาประสบเหตุพอดีจึงแจ้งตำรวจช่วยจับกุม ซึ่งตนก็เห็นว่าคนร้ายมีการทำท่าล้วงควักบางสิ่งที่เอวแต่ไม่แน่ว่าเป็นสิ่งใด แต่หลังจากที่ตำรวจขับรถจักรยานยนต์ติดตามจับกุมคนร้ายนั้นตนก็ได้ยินเสียงดังขึ้น ส่วนตนไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงใดๆมีเพียงถูกตบที่หน้าและรอยถลอกที่ซอกคอด้านซ้าย
ส่วนการสอบสวนนายอาณัต ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุชิงทรัพย์ ในเบื้องต้นให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถไปหานายหนุ่ย ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทอดหนึ่งที่ซอยพระราม 3 ซอย 6 เขตยานนาวา โดยนายหนุ่ยนัดให้มาพบหลังจากที่คุยโทรศํพท์กันว่าจะไปขับรถเล่นและหาเงินใช้ เพราะภรรยาตนกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแต่ยังไม่มีเงินใช้จ่าย ตนจึงขับรถไปหานายหนุ่ยและพากันออกมาขับรถเล่นไปตามเส้นทางละแวกดังกล่าว กระทั่งมาพบผู้เสียหายอยู่ระหว่างนั้นนายหนุ่ยซึ่งสังเกตุเห็นว่าผู้เสียหายใส่สร้อยคอทองคำจึงให้ตนกลับรถมาหา โดยให้ขับชะลอเข้าไปใกล้ๆ จากนั้นนายหนุ่ยกำลังลงจากท้ายรถแต่ตนได้ทักเพราะเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ขับตามหลังมาจึงเปลี่ยนใจรีบขับรถหนีไป
นายอาณัตอ้างว่า ไม่ทราบว่านายหนุ่ยได้กระชากสร้อยมาแล้วหรือไม่ และไม่รู้ว่านายหนุ่ยพกพาอาวุธใดติดตัวมาหรือไม่ แต่หลังจากนั้นก็มาถูกยิงจนทำให้รถล้มลงโดยตนได้รับบาดเจ็บที่ขา ส่วนนายหนุ่ยทราบว่าถูกยิงบาดเจ็บและเลือดได้เปื้อนด้านหลังเสื้อตนด้วย ทั้งนี้นายอาณัต รับว่า เคยทำงานโรงงานกระดาษย่านพระราม 3 และยังรับสารภาพด้วยว่าเสพยาบ้ามานานแล้ว โดยเมื่อสองปีก่อนเคยถูกตำรวจ สน.ยานนาวาจับกุมข้อหาเสพยาเสพติด ต้องโทษจำคุก 2 เดือนและเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่วนคดีที่ก่อขึ้นครั้งนี้นายอาณัตอ้างว่า เพิ่งทำเป็นครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุได้มีบรรดาญาติและเพื่อนของผู้ตายที่ทราบข่าวนายหนุ่ยถูกยิงเสียชีวิตได้เดินทางมาที่ สน.วัดพระยาไกร พร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจ แต่ก็มีเพื่อนผู้ตายบางคนให้ข้อมูลว่า ผู้ตายเพิ่งออกมาจากสถานพินิจ หลังมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่เข้าทำการจับกุมคนร้ายนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ จากผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบเพียงว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่และกำลังไปรับเพื่อนตำรวจที่เข้าเวรด้วยกันแต่ระหว่างทางก็มาประสบเหตุดังกล่าวเข้าพอดี
อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายอาณัตว่า ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพนายหนุ่ยนั้นจะต้องส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง



