คอลัมนิสต์

ต้องเอาให้อยู่

ต้องเอาให้อยู่

30 ม.ค. 2555

ต้องเอาให้อยู่ : บทบรรณาธิการประจำวันที่30ม.ค.2555

               ท่ามกลางบรรยากาศที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินสายสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยเป็นประธานในงานไทยแลนด์ ไนท์ ที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส กล่าวเชิญชวนให้ผู้นำและผู้นำบริษัทชั้นนำของโลกที่เข้าร่วมการประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ออน อีสต์เอเชีย (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2555 โดยย้ำว่า ไทยไม่เป็นเพียงประเทศที่พรั่งพร้อมด้วยวัฒนธรรมและความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ

                พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีหญิงของไทยยังได้กล่าวถึงแผนฟื้นฟูและการแก้ปัญหาอุทกภัยว่าจะไม่เกิดวิกฤติซ้ำขึ้นอีก จากที่รัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสร้างและพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำขึ้นใหม่ เขื่อนและพนังกั้นน้ำต่างๆ จะสร้างขึ้นเพื่อป้องกันสาธารณูปโภคและเขตเศรษฐกิจสำคัญ พื้นที่ลุ่มน้ำและทางน้ำไหลอย่างให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบการเตือนภัย การเตรียมพร้อมของชุมชน ที่สำคัญที่สุดคือมี ซิงเกิล คอมมานด์ ออโทริตี้ หน่วยงานเดียวเพื่อบริหารจัดการน้ำ
   
                ขณะเดียวกันในกรุงเทพมหานครตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายสถาบันจัดให้มีการสัมมนา เพื่อรองรับในเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีกูรูทางด้านน้ำหลายคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า แผนแม่บทและกระบวนการทำงานต่างๆ ยังไม่จัดทำอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยนายสมิทธ ธรรมสโรช หนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ระบุว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาทตามแผนงานป้องกันน้ำท่วมใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่มีข้อเสนอนักวิชาการอยู่ในแผนงานเลย
   
                ไม่เพียงเท่านี้ หนึ่งในคณะกรรมการ กยน.ผู้นี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อไปอีกว่า เราจะต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างแน่นอนในฤดูฝนข้างหน้า คล้ายๆ กับปีที่ผ่านมา หรือน้อยกว่าเล็กน้อยอย่างแน่นอน คือประมาณเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นแผนการเตรียมการว่ารัฐบาลมีการระบายน้ำอย่างไร ทำฟลัดเวย์จุดใด ทางน้ำผ่านทางไหน ไปทางฝั่งตะวันออก ตะวันตก ผ่าน กทม.หรือไม่ หรือไปยังแม่น้ำบางปะกงก็ยังไม่เห็นแผน ขณะที่ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 90 ของความจุเขื่อน ซึ่งไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องกักเก็บน้ำไว้ตั้งแต่ต้นฤดู
   
                สังคมโลกจับตาและให้ความสนใจแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันด้านเศรษฐกิจ มากกว่าแผนการด้านการเงินที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนด้านต่างๆ การสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติเราควรสร้างเอกภาพขึ้นมาโดยการพูดและยอมรับความจริงของแต่ละฝ่าย และนำประมวลเพื่อให้เกิดรูปธรรมอย่างชัดเจน เพราะครั้งนี้ต้องเอาให้อยู่ไม่ใช่แค่เอาอยู่เท่านั้น