คอลัมนิสต์

ความจริงคือข้อพิสูจน์

ความจริงคือข้อพิสูจน์

08 พ.ค. 2552

กลุ่มแกนนำมวลชนเสื้อแดง ซึ่งอยู่ในสภาและนอกสภายังไม่ลดละในการรณรงค์เพื่อเอาชนะรัฐบาลทางการเมืองโดยเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งคือการทำให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม เช่น การใช้ข้อมูลข่าวสารทั้งจริงและจริงบางส่วน รวมทั้งการปลุกระดมให้ต่อต้านรัฐบาล

ล่าสุดแกนนำกลุ่มเสื้อแดงพยายามอ้างว่ารัฐบาลเป็นผู้ใช้ความรุนแรงในช่วงที่ทหารออกมาควบคุมสถานการณ์ป้องกันการจลาจลไม่ให้ลุกลามจนเป็นผลสำเร็จทำให้มวลชนเสื้อแดงต้องสลายไป แต่ยังพยายามบิดเบือนข้อมูลว่าความรุนแรงต่างๆ เช่น ความพยายามรุมทำร้ายนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เป็นการจัดฉากโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งๆ ที่ภาพนำเสนอโดยสื่อไม่ได้ระบุว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาของแกนนำเสื้อแดง

 การบิดเบือนข้อเท็จจริงและการแก้เกี้ยวโดยเรียกร้องให้มีการสอบสวนหรือซักฟอกรัฐบาลในสภาเป็นกลยุทธ์สงครามสื่อรอบใหม่หลังจากความล้มเหลวก่อนหน้านี้ในช่วงที่รัฐบาลให้เปิดอภิปรายทั่วไปและสามารถนำหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาของกลุ่มคนเสื้อแดงและฝ่ายค้านในสภาได้ แม้กระนั้นก็ยังปากแข็งไม่ยอมรับในความผิดที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง

 ข้อกล่าวหาของแกนนำคนเสื้อแดงว่ารัฐบาลจัดฉากในการพยายามสังหารนายกรัฐมนตรี คงไม่ได้รับความเชื่อถือจากวิญญูชน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าข้ออ้างเลื่อนลอยเป็นการดิ้นรนโดยปราศจากยางอายและความรับผิดชอบ เพราะมุ่งหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน ดังจะได้เห็นการใช้ประชาชนเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อการใช้ข้อมูลเท็จ ในการก่อการจลาจล รวมทั้งแผนการที่แกนนำเสื้อแดงบางส่วนต่อสู้ด้วยการจับอาวุธและกลยุทธ์ใต้ดินเป็นแบบสงครามกองโจรในเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะใช้วิธีนอกกฎหมายรวมทั้งฆาตกรรมในการสร้างความปั่นป่วนแก่บ้านเมือง

 รัฐบาลควรจะถือว่าเป็นโอกาสเหมาะในการนำข้อเท็จจริงมาเสนอผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลเท็จ โฆษณาชวนเชื่อและบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่บนพื้นฐานของเจตนาร้าย เพื่อมุ่งหวังเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ดังจะเห็นได้การพลิกแพลงข้ออ้างในการรณรงค์แต่ละช่วงหลังจากถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามล้มล้างสถาบัน ดังนั้นการใช้สื่อของรัฐอย่างจริงจัง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อกำจัดปัญหาการบ่อนทำลายโดยกลุ่มคนซึ่งใช้เกมการเมืองเป็นเครื่องมือทำลายอำนาจรัฐ แต่ทั้งนี้รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนโดยที่ไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายใดจะเสียหน้าและต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง  เพื่อไม่ให้คนกลุ่มเดิมกล้ากระทำความผิดซ้ำอีกด้วยวัตถุประสงค์ที่เลวร้ายกว่าเดิม