คอลัมนิสต์

ทางเลือกอีกมากมาย

ทางเลือกอีกมากมาย

27 ม.ค. 2555

ทางเลือกอีกมากมาย : กระดานความคิด โดย อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]

               มีข้อเสนอจากภาคเอกชนมากมายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนพัฒนากลายเป็นความไม่สงบตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี จนต้องสูญเสียชีวิต พิการ เด็กกำพร้า สตรีเป็นม่าย และความเดือดร้อนที่เป็นลูกโซ่ ทั้งในครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ตลอดจนถึงความเชื่อมั่นกับรัฐบาลต่างประเทศมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่กลไกรัฐบางหน่วย กลับคิดหาเหตุผลต่างๆ นานา ว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ทั้งๆ ที่ส่วนหนึ่งต้องการเห็นพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยเต็มรูปแบบแต่ทำใจไม่ได้ที่ตนเองต้องสูญเสียอำนาจ บารมี ผลประโยชน์? จึงมักจะหาเหตุหาผลมาสนับสนุนต่างๆ นานาว่า “มันจะทำให้เกิดปัญหาความไม่สงบมากขึ้น และจะเป็นปัญหาความเดือดร้อนไปทั้งประเทศ” ข้อเสนอของนักวิชาการและภาคประชาสังคมในพื้นที่อาทิเรื่องต่างๆ ดังนี้

 1.1 เรื่องการกระจายอำนาจ

 1.2 เรื่องการพัฒนาการศึกษาเฉพาะด้าน/สาขาแก่คนท้องถิ่น

 1.3 การส่งเสริมและพัฒนาอัตลักษณ์ของท้องถิ่นเช่นภาษา วัฒนธรรม ศาสนา รัฐทำเป็นไปแบบ “หมาหยอกไก่” กล่าวคือกลไกรัฐมักจะดูท่าทีว่าประชาชนคนท้องถิ่นว่าคิดอย่างไร ถ้าไม่มีการต่อต้าน ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่เหมาะสม ไม่ถูก ไม่ควร ฯลฯ ก็ดำเนินการต่อเช่นการละเล่นท้องถิ่นที่เป็นที่ยอมรับในสมัยหนึ่งแต่มารู้ทีหลังว่ามันขัดแย้งและหมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ส่อไปในทางที่ผิดกับหลักการศาสนา พิธีกรรมบางอย่างที่ได้มีการประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี (ในอดีต) ว่ามุสลิมทำไม่ได้ ก็ยังดำเนินการอยู่ในบางพื้นที่ เช่นการถวายพานพุ่ม การเคารพภาพบุคคลฯ การละหมาดเพื่อขอพร (ฮาญัต) ให้แก่ผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมุสลิมอึดอัด พูดไปแบบขอไปที รับปากแต่มีคำตอบเป็นอื่นในใจ ผู้นำศาสนาบางท่านคิดเอาตัวรอดฯ เออออห่อหมกกับเขาไปด้วยในหลายเรื่อง
 
               เรื่องอำนวยความสะดวกองค์กร/สถาบันทั้งในและต่างประเทศเพื่อการสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต การช่วยเหลือเด็กกำพร้า การเยียวยา การฟื้นฟู การศาสนา การมาเยี่ยมเยียนพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ หรือมาท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมมรดกทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน สถานที่ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในปัจจุบันมีความสนใจเป็นอย่างสูงของนักวิชาการสาขาต่างๆ นักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า มีความสนใจที่อยากจะมาเยี่ยมเยียน เพราะเห็นว่าความขัดแย้ง ณ ดินแดนแห่งนี้น่าสนใจ มันเป็นเรื่องศาสนาหรือ ? เป็นเรื่องการถูกกดขี่หรือ มันเป็นเรื่องการปกป้องอัตลักษณ์ของคนท้องถิ่นหรือ หรือเป็นเรื่องอาชญกรรมธรรมดาเท่านั้นหรือ ? หรือเป็นเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียพวกอิทธิพลมืด ค้ายาเสพติด ของเถื่อน ? หรือเป็นเรื่องของกระบวนการคอรัปชั่น ? และอีกสารพัดคำถาม...ซึ่งรัฐบาลไม่น่าจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ประชาชนพลเมืองของตนต้องมาพิการ เสียชีวิต เกิดเด็กกำพร้าและสตรีม่ายมากมายเช่นนี้
 
               เพราะเมื่อเราเป็นประเทศประชาธิปไตยมีการไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นพลวัตร แล้วทำไมต้องทำให้เกิดความยุ่งยากกับเขาเหล่านั้น โดยเฉพาะคนต่างประเทศที่จะมา ณ ดินแดนแห่งสันติภาพเฉกเช่นจังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ การรักษาความสงบและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องและเพื่อนพ้องผู้มาเยี่ยมทั้งแดนใกล้ไกล ถือเป็นนโยบายสำคัญและเอาจริงเอาจังของท่านแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระดับล่างที่อยู่บนท้องถนนในจุดตรวจต่างๆ อย่าปล่อยให้เณรมาทำหน้าที่เพียงลำพังเพราะเขาเองส่วนหนึ่งยังใช้ภาษาไทย (กลาง) ที่พูดมาตั้งแต่อ้อนแต่เกิดยังไม่ชัดเลย ไฉนเลยจะสื่อกับคนที่พูดภาษาอื่นเช่นมาเลเซีย อินโดนีเซีย ภาษาอังกฤษ
 
               เราต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้มีนักเดินทางมากมายที่มาจากในและต่างประเทศมาเยี่ยมเยียน เที่ยว มีไม่น้อยมาเพื่อการศึกษาหาความรู้ โดยมีเอกสารเดินทางอย่างถูกต้อง คงจะมีพวกบางกลุ่มบางประเภทที่หลบหนีเข้าเมืองเพื่อหางาน เพื่อการค้าขาย แต่เขาเหล่านั้นเป็นคนต่างประเทศที่กลไกของรัฐไม่ว่าจะอยู่บนสำนักงานที่สวยหรู มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย แต่อย่าลืมเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนท้องถนนกินบนดินหรืออย่างเก่งก็บนแคร่ไม้ นอนบนเปล อย่าให้เขาเหล่านั้นต้องเครียด และโมโหและเผลอแสดงจำอวดแล้วตะโกนไปกับแขกผู้มาเยือนว่า “...มาเมืองไทยต้องพูดภาษาไทยซิโว้ย...”