
อีก3เดือนกับฝนหยดแรก
อีก 3 เดือนกับฝนหยดแรก : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 26 ม.ค.2555
หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้แถลงแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย โดยเฉพาะความไม่แน่ใจในแผนดังกล่าวว่าจะดำเนินการได้จริงและทันท่วงทีหรือไม่ ยิ่งมาตรการด้านการป้องกันและฟื้นฟูเอาไปผูกโยงกับการสร้างอนาคตประเทศด้วยแล้ว เสียงที่ออกมากลับเป็นด้านลบมากกว่าจะเป็นผลบวกต่อรัฐบาล ยิ่งมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีใหม่ ตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวเนื่อง ดูจากรายชื่อแล้ว ประเทศไทยยังเรียกขวัญต่างชาติและความเชื่อมั่นของคนในบ้านเราเองได้ยาก
ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ยังขาดความต่อเนื่อง ยังไม่นับถึงหน่วยงานที่ต่างพรรคต่างขั้วเข้ามากุมอำนาจ ปัญหาการเมืองในท้องถิ่น การบูรณาการจึงเป็นเรื่องยาก แม้เบื้องหน้าจะบอกว่าร่วมมือกันอย่างดี แต่ในรายละเอียด ความรวดเร็วยังไม่ดีพอ ในสภาวะวิกฤติ ยังต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างช่วงชิงเอาผลงานใส่ตัว หรือมัวแต่จัดสรรงบประมาณฟื้นฟูเป็นเค้กก้อนใหญ่ ยังมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ถือคนละฉบับการสั่งการจึงเกิดการชะงัก หากดูจากแผนดังกล่าวจะเห็นว่า การแก้ไขปัญหาเริ่มต้นกันตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ การปลูกป่า อนุรักษ์หน้าดิน ขุดคูคลอง เรียกว่า มีหน่วยงานมากมายเข้ามามีส่วน มหาอุทกภัยที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นถึงความไม่มีเอกภาพในการแก้ไขปัญหาของแต่ละพรรคได้ดี
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รับปากว่าจะดูตั้งแต่ "ฝนหยดแรก" ที่จะตกในอนาคต ในขณะที่การบริหารบ้านเมืองในปัจจุบัน มุ่งแต่พูดถึงเรื่องการเมือง ปัญหารัฐธรรมนูญ การแก้ตัวบทกฎหมายต่างๆ รวมถึงการนำอดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับบ้าน สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนไทยหรือนักลงทุนต่างชาติไว้วางใจว่า แผนรับมืออุทกภัยจะสำเร็จได้อย่างไร จนถึงขณะนี้กำลังจะผ่านพ้นเดือนมกราคม เหลือเวลาอีก 3 เดือนเศษ ก็จะเข้าสู่ฤดูฝน นักวิชาการเองก็ออกมาเตือนว่า ในปี 2555 ฝนจะมามากกว่าปีที่แล้ว 3-4 เท่า นั่นหมายความว่า น้ำจะมากเป็นเท่าทวีคูณกว่า มหาอุทกภัยที่ผ่านมา
หากคำพยากรณ์ของนักวิชาการเป็นจริงหรือถูกเพียงครึ่งเดียว ปริมาณน้ำในปีนี้จะมีระดับสูงขึ้นอีก 1 เท่าของปีที่ผ่านมา และหากมาตรการป้องกันล้มเหลว พื้นที่น้ำท่วมขังจะเจอกับฝันร้ายอีกครั้ง แม้จนถึงขณะนี้ยังมีชาวบ้านมากมายยังไม่ได้ซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากหวาดผวาต่อคำคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนยังกล้าๆ กลัวๆ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจจะขยับตามที่คาดได้หรือไม่ ยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากรัฐบาลที่จะทำให้เชื่อได้อย่างนั้น คำมั่นสัญญาของรัฐบาลที่บอกว่าจะดูกันตั้งแต่ "ฝนหยดแรก" ต้องทำให้เห็นตั้งแต่บัดนี้



