คอลัมนิสต์

ใครจะรับผิดชอบ

ใครจะรับผิดชอบ

25 ม.ค. 2555

ใครจะรับผิดชอบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่25ม.ค.2555

             บทเรียนที่เกิดขึ้นกับ นางนลินี ทวีสิน ในกรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐขึ้นบัญชีดำห้ามนักธุรกิจสหรัฐทำธุรกิจด้วย พร้อมกับอายัดทรัพย์สินของนางนลินี เนื่องเพราะไปคบค้าสมาคมกับประธานาธิบดีซิมบับเวและภริยา นับเป็นสิ่งที่ต้องจดจำและเป็นแนวทางแก่ใครก็ตามที่จะใช้เพียงว่า แค่ต้องการจะคบเป็นเพื่อน เท่านั้นยังไม่เพียงพอ เพราะยังต้องศึกษาภูมิหลัง นิสัยใจคอ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยว่าจะเป็นอย่างไร
 
             ความจริงหลักในการคบค้าสมาคมคนนั้น ในทางพุทธศาสนาก็มีบัญญัติเอาไว้ในเรื่องของอบายมุข ซึ่งมีทั้งหมด 6 ข้อ อันเป็นทางนำไปสู่ความเสื่อม ความพินาศ เหตุย่อยยับแห่งโภคทรัพย์ กรณีที่เกิดขึ้นเข้ากับการ คบคนชั่วเป็นมิตร ซึ่งอาจจะมีข้อโต้แย้ง ประธานาธิบดีและภริยานั้นไม่ใช่คนชั่ว แต่ข้อมูลที่ปรากฏต่อสายตาชนชาวโลกนั้น หายนะในซิมบับเวเกิดขึ้นภายหลังการบริหารประเทศของประธานาธิบดีผู้นี้ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แถมยังมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก็เลยทำให้สหรัฐอเมริกาเขาไม่คบค้าสมาคมด้วย แถมยังห้ามคนของเขาไปทำมาค้าขายที่ไม่เพียงผู้นำซิมบับเวและภริยา หากแต่รวมไปถึงมวลมิตรที่ไปทำธุรกิจกับสองคนนี้ด้วย คงพอจะเห็นภาพของผู้นำซิมบับเวและภริยาได้
 
             ก็น่าเห็นใจนางนลินี ที่อาจเพราะจำเป็นหรือบังเอิญไปรู้จักคบค้าสมาคมกับผู้นำซิมบับเวและภริยา ก็เลยเจอแบล็กลิสต์ของกระทรวงการคลังสหรัฐเข้าไปด้วย โดยที่นางนลินีเองก็ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงแถลงไขว่า เหตุผลกลใดถึงได้ทำกับเธอเช่นนั้น จนทำให้เป็นที่มาของผลสรุป ที่นางนลินีเปิดแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เพียงแค่รู้จักกันทางสังคม ไม่ได้ทำมาหากินร่วมกับประธานาธิบดีและภริยา เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าจะขัดหรือแย้งกับการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ปรมาจารย์ด้านกฎหมายอย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็ยังแสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ของตนเองว่า สหรัฐอเมริกาทำตัวเป็นเด็กเกเร ที่ออกแถลงการณ์เตือนนักธุรกิจในการทำมาค้าขายกับประเทศไทย ที่มี นางนลินี เป็นรัฐมนตรี และให้ดูว่า การเป็นรัฐมนตรีของนางนลินีขัดหรือแย้งต่อกฎหมายไทยหรือไม่
 
             ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการเลือกคบคนโดยแท้ ไม่ว่าข้อกฎหมายบ้านเราจะห้ามไว้หรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อนาคตผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องไปพิสูจน์กันว่าเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ในวันนี้ผลของการเลือกคบค้าสมาคมกับใครต่อใคร เรียกได้ว่า ส่งผลต่อนางนลินีแล้วอย่างแท้จริง เพียงแต่ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ส่งถึงเพียงแค่ตัวนางนลินี หากแต่ยังส่งถึงความรู้สึกของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น หากว่าคำเตือนของสหรัฐอเมริกาที่เตือนพลเมือง โดยเฉพาะนักธุรกิจของตนเองในเรื่องทำธุรกิจค้าขายกับประเทศไทย เกิดเป็นผลจับต้องได้ขึ้นมา ใครล่ะที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ?