คอลัมนิสต์

รุกรื้อพรบ.กลาโหมงานหิน'สุกำพล'

รุกรื้อพรบ.กลาโหมงานหิน'สุกำพล'

23 ม.ค. 2555

รุกรื้อพรบ.กลาโหม งานหินของ'สุกำพล' : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง

              น่าจับตามองอย่างมากว่า การส่ง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เข้ามาเป็น รมว.กลาโหม คนที่ 59 แทน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ถูกขยับขึ้นไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงกำกับดูแลงาน 4 ด้าน คือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกระทรวงกลาโหม
   
             แต่ถึงจะขยับขึ้นไปเป็นรองนายกฯ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า เป็นการเอาขึ้นไป "แขวน" ไม่ใช่การ "เลื่อนขั้น" คำถามก็คือ ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงต้องแขวน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ทั้งที่หากมองภาพรวมแล้วสัมพันธภาพระหว่างเขากับกองทัพอยู่ในขั้นที่เรียกได้ว่า "หวานชื่น" เสียด้วยซ้ำ !?
   
             แต่จุดแข็งดังกล่าวหากมองในเรื่องของความ "ปรองดอง" อาจเป็น "จุดอ่อน" ประการสำคัญของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ในสายตาของนายห้างตราดูไบ ซึ่งภาพลักษณ์ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่ออกไปในโทน "พี่ใหญ่ใจดี" มากเกินไปอาจไม่เป็นที่สบอารมณ์นักของผู้มีอำนาจตัวจริง
   
             หวยจึงมาออกที่ พล.อ.อ.สุกำพล ที่ถือเป็นตัวแทนของเตรียมทหารรุ่น 10 หรือ "ตท.10" รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และมีท่าทีชัดเจนในการแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 หรือ "พ.ร.บ.กลาโหม" ที่ถือเป็น "ก้างขวางคอ" ของขั้วอำนาจปัจจุบันที่ไม่สามารถแทรกแซงการแต่งตั้งนายทหารระดับสูงในกองทัพได้
   
             ท่ามกลางสถานะทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และมีปัจจัยรอบด้านที่อาจทำให้ทหารตัดสินใจ "รัฐประหาร" ได้เสมอ หากเงื่อนไขต่างๆ สุกงอมได้ที่ !!
   
             วงในกองทัพวิเคราะห์สาเหตุในการตัดสินใจของนายใหญ่ในครั้งนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มองว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ตอบสนองกองทัพมากกว่ารัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม เพื่อหาทางจัดวางนายทหารในขั้วของตนเข้าไปอยู่ในตำแหน่งคุมกำลังก็ยังไม่มีวี่แววที่จะสำเร็จในเร็ววัน
   
             พล.อ.อ.สุกำพล ที่มีบุคลิกค่อนข้าง "แข็งกร้าว" จึงถูกส่งเข้ามาชนกับกองทัพ เพื่อให้ภารกิจการเข้าเทคโอเวอร์กองทัพ ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่องคาพยพที่ยังไม่ยอมสยบต่อขั้วอำนาจใหม่บรรลุผลตามความต้องการของนายใหญ่เสียที
   
             แต่นั่นก็ถือเป็น "งานหิน" และเป็นเกมที่ "เสี่ยง" ต่ออารมณ์ความรู้สึกของทหารไม่น้อย โดยเฉพาะในห้วงที่กองทัพผนึกแน่นเป็นเนื้อเดียว
   
             ไล่เรียงมาตั้งแต่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
   
             แต่หากมองในมุมของนายใหญ่อาจมองว่า ถึงจะมีสัมพันธภาพที่ดีกับกองทัพ แต่ถ้าเลือกที่จะ "สยบ" กองทัพเอาไว้ในมือได้ โดยเฉพาะการครอบครอง "อำนาจ" ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงที่ฝ่ายการเมืองจะสามารถจัดวางคนมาค้ำบัลลังก์ และคานอำนาจกับกองทัพได้ดีกว่าที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายการเมืองไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเลย
   
             นายใหญ่จึงต้องการที่จะ "เสี่ยง" วางเดิมพันครั้งสำคัญด้วยการวางตัว พล.อ.อ.สุกำพล อันเป็นตัวแทน ตท.10 เพราะเชื่อว่า จะทำงานที่คั่งค้างอยู่ให้สำเร็จลงได้ในที่สุด
   
             ทว่า การเสี่ยงครั้งสำคัญของนายใหญ่ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันสุดขั้ว คือทางหนึ่ง สามารถใช้ช่องทางทางกฎหมาย และอำนาจรัฐผลักดันให้การแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหมสำเร็จลุล่วง และคืนอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายกลับมาอยู่ในมือของฝ่ายการเมือง ซึ่งจะทำให้บัลลังก์ของระบอบทักษิณสถาปนาอย่างแข็งแกร่งมั่นคงยิ่งขึ้น
   
             หรือในทางตรงกันข้าม มันอาจเป็นการวาง "ระเบิดเวลา" ที่จุดชนวนด้วยอารมณ์ความไม่พอใจของทหารที่จะสะสมขึ้นเรื่อยๆ และระเบิดที่ชื่อว่า "รัฐประหาร" อาจทำงานได้ทุกเมื่อ หากชนวนทุกตัวถูกจุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน


....................

(หมายเหตุ : รุกรื้อพ.ร.บ.กลาโหม งานหินของ'สุกำพล' : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง)