คอลัมนิสต์

'นลินี'มาตรวัดจริยธรรม'ยิ่งลักษณ์'

'นลินี'มาตรวัดจริยธรรม'ยิ่งลักษณ์'

21 ม.ค. 2555

ขยายปมร้อน : 'นลินี'มาตรวัดจริยธรรม'ยิ่งลักษณ์' โดย 'ศรายุทธ สายคำมี-นันทิดา พวงทอง'

          ปรับ ครม.ปู 2 ที่คิดว่าเบ็ดเสร็จ ไม่มีใครหือ อือ... เอาเข้าจริงเรื่องราวชักจะบานปลายออกไปจนอาจต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ล่าสุด ตัวแทนกลุ่มการเมืองสีเขียวหรือกลุ่มกรีน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติและปัญหาทางจริยธรรมของรัฐมนตรีใหม่ 2 คน

          นลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ถูกอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ - ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำ นปช.ที่นำการชุมนุมจนเกิดความไม่สงบในบ้านเมือง

          แถมยังให้ตรวจสอบ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติและผู้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

          เฉพาะกรณี นลินี นั้น บางคนอาจมองว่า ไม่เห็นเกี่ยวกับประเทศไทย ถึงแม้ว่า สหรัฐอเมริกา จะแจ้งเหตุผลการขึ้นแบล็กลิสต์อย่าสาหัสสากรรจ์ว่า ให้ นลินี จอย ทวีสิน อยู่ในบัญชีรายชื่อของ “ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการเป็นผู้มีส่วนร่วมในบ่อนทำลายกระบวนการหรือสถาบันตามระบอบประชาธิปไตยในประเทศซิมบับเว”

          ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน บอกว่า เรื่องนี้ต้องแจ้งไปยังนายกฯ ซึ่งมี 2 บทบาท ทั้งในฐานะผู้แต่งตั้งนางนลินี และผู้ที่จะต้องกำกับจริยธรรมทางการเมือง

          สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุขึ้นบัญชี้ดำ นลินี เพราะเป็น 1 ใน 3 นักธุรกิจที่ให้การช่วยเหลือการทุจริตของรัฐบาลของนายโรเบิร์ต มูกาเบ อดีตประธานาธิบดีของประเทศซิมบับเว

          กรณีขึ้นบัญชีดำนี้ยังรวมไปถึงว่าต้องอายัดทรัพย์ใดๆ ของ นลินี อีกด้วย

          จากข้อมูลที่เปิดเผยนั้น นลินี ทำธุรกิจถึง 25 บริษัท ขายหนังสือ ซีดี เทป วิดีโอ บริการนำเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน ห้องพักโรงแรม ขายสินค้าอุปโภคบริโภค พืชผลทางการเกษตร เสื้อผ้า บริการทำความสะอาด คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โทรคมนาคม สปา และอสังหาริมรัพย์

          ขายมันตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบก็น่าจะพอว่าอย่างนั้นได้ !

          ธุรกิจที่ นลินี ทำมีหุ้นใหญ่อยู่อีก 2 กลุ่มคือ กลุ่มเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นดองกัน และกลุ่มอนุรัช มิสรา

          ปัญหาก็คือ เรื่องแบล็กลิสต์ นลินี นั้น สหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 หรือปี 2551 แต่ นลินี ได้รับการแต่งตั้งเป็น "ผู้แทนการค้าไทย" เมื่อกันยายน 2554 ทั้งที่ถูกขึ้นบัญชีดำ และเจ้าตัวเองก็น่าเชื่อว่าจะรับรู้ถึงการขึ้นบัญชีของสหรัฐแล้ว แต่ก็ทำงานกันอย่างปกติ

          สำหรับ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้แต่งตั้ง ถ้าจะปฏิเสธว่าไม่รับรู้เรื่องบัญชีดำมาก่อน ก็ดูจะหมิ่นแคลนคนระดับนายกรัฐมนตรีมากเกินไปว่า จะขาดความรอบคอบ ขาดการตรวจสอบที่ดี

          แต่มาถึงวันที่ นลินี ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้วมีข่าวนี้ขึ้นมา ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า รอรายละเอียดการขึ้นบัญชีดำก่อน...ก็ได้แต่อึ้งกิมกี่

          เอาเถอะ เรื่องนี้ต้องได้รับการตรวจสอบสะสางและต้องมีการตัดสินใจจาก นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ว่าจะเอาอย่างไรกับรัฐมนตรีที่เคยยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ตั้งมากับมือ" นั้น ในวันนี้ "มีตำหนิ" เพราะถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำ

          อย่าว่าแต่ไปสหรัฐอเมริกาเลย กระทั่งยุโรปก็คงจะไปลำบากแล้วล่ะ

          ยิ่งไปเจอกับข้อหา "เป็นผู้มีส่วนร่วมในบ่อนทำลายกระบวนการหรือสถาบันตามระบอบประชาธิปไตยในประเทศซิมบับเว” น่าสนใจว่า ข้อกล่าวหาอันร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนของพรรคเพื่อไทยที่ได้ชื่อว่ามีเครือข่ายเพรียกหาประชาธิปไตย ขับไล่ "สองมาตรฐาน" ได้อย่างไร ก็ต้องไปดูว่า เกิดอะไรขึ้นที่ "ซิมบับเว" ถึงทำให้นลินี ย่ำแย่ขนาดนี้

          คร่าวๆ ก็คือว่า ประเทศซิมบับเวในปัจจุบัน เมื่อก่อน เป็นโรดีเซียใต้ อังกฤษเข้ายึดครองเอาไปรวมกันโรดีเซียเหนือ แล้วก็อีกประเทศหนึ่งที่ตอนนี้ชื่อว่า มาลาวี รวมกันแล้วตั้งเป็นสหพันธรัฐแอฟริกากลางเมื่อปี 2496 แต่ไม่นานก็ล่มสลาย โรดีเซียใต้ ก็เปลี่ยนชื่อเป็น โรดีเซีย เฉยๆ ผู้นำในตอนนั้นเป็นคนผิวขาวก็ประกาศเป็นเอกราชจากอังกฤษ

          แต่ในซิมบับเว คนส่วนใหญ่ผิวดำ นำโดย โรเบิร์ต มูกาเบ ประธานาธิบดีคนนี้นี่แหละ ก็ตั้งกลุ่ม เรียกย่อๆ ว่า ZANU ต่อต้านการปกครองรัฐบาลผิวขาว แถมยังมีรบแบบกองโจรต้านการปกครองของอังกฤษ จนปี 2522 อังกฤษ ก็ยอมรามือนัดถกกันหลายฝ่ายที่ลอนดอน และประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 2523 ..แน่นอนผลการเลือกตั้ง มูกาเบ ชนะขาด ได้เป็นนายกฯ และได้ชื่อด้วยว่ามีประชาธิปไตย แล้วก็ได้เป็นประธานาธิบดี ในปี 2530

          ทว่าภายใต้การปกครองของมูกาเบ ประเทศประสบปัญหารุนแรงทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม เพราะมูกาเบ เล่นหักดิบไปยึดที่ดินจากคนผิวขาวเกือบหมดประเทศ เอามาจัดสรรให้คนผิวดำ เลยนำไปสู่การบุกรุกที่ดินคนอื่น เกิดการปะทะฆ่ากันตาย คนผิวขาวต้องระหกระเหินหนีตายจากที่ทำกิน

          สิ่งที่ มูกาเบ เรียกว่า "ความเท่าเทียม" ส่งผลให้เกิดความล่มสลายทั้งเศรษฐกิจการเงินและอาหารในประเทศอย่างรุนแรง มีอย่างเดียวที่พุ่งไม่หยุดคือ "ความขัดแย้ง"

          2545 สหรัฐกับสหภาพยุโรปใช้มาตรการกดดันซิมบับเว อย่างรุนแรง อายัดทรัพย์สินของมูกาเบ และเครือญาติที่มีอยู่ในตะวันตกทั้งหมด ห้ามเข้าประเทศอังกฤษ ถอนสมาชิกภาพเครือจักรภพ

          ในความยากแค้นก็ย่อมมีความมั่งคั่ง การติดต่อค้าขายกับ ซิมบับเว ย่อมนำมาซึ่งสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นธรรมดา ยิ่งห้ามก็ยิ่งเย้ายวน

          แล้วก็กลายมาเป็นลูกตุ้มขนาดใหญ่ถ่วงขานลินี ในวันนี้ กลายมาเป็น "มาตรวัดจริยธรรม" ของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปพร้อมๆ กัน

...................

(หมายเหตุ : ขยายปมร้อน : 'นลินี'มาตรวัดจริยธรรม'ยิ่งลักษณ์' โดย 'ศรายุทธ สายคำมี-นันทิดา พวงทอง')