คอลัมนิสต์

ครม.'ปู2'ตอบแทน-ต่อทุน-เตรียมการ

ครม.'ปู2'ตอบแทน-ต่อทุน-เตรียมการ

18 ม.ค. 2555

ครม. “ยิ่งลักษณ์ 2”ตอบแทน-ต่อทุน-เตรียมการ : ขยายปมร้อน โดย ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี

              ครม. “ยิ่งลักษณ์ 2” อาจจะเป็นที่ประหลาดใจของใครหลายๆ คน เพราะแทบจะไม่มีวี่แววของกระแสข่าวโยกย้าย ปรับเข้า หรือย้ายออก เป็นระยะๆ เหมือนเมื่อครั้ง ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 จะรู้อีกทีก็ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
 
               แต่ใช่ว่าการปรับนี้จะราบรื่นเสียทีเดียว เพราะแต่เดิมนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งใจจะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตั้งแต่เช้าวันที่ 16 มกราคม แต่ติดปัญหาตรงที่กว่าจะสรุปโผ ครม.ได้ก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ทุ่ม
 
               โดยติดปัญหาอยู่ 3 ตำแหน่งหลักคือ รมว.มหาดไทย รมว.ศึกษาธิการ และรมว.คมนาคม เนื่องจากแกนนำคนเสื้อแดงพยายามผลักดัน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกับเขาเสียที
 
               เสนอกันหนักแน่นว่าเหมาะที่สุดต้องตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการที่เคยอกหักมาแล้วใน ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 หรือไม่ก็ต้องเป็นเก้าอี้ รมว.มหาดไทย มันถึงจะสมศักดิ์ศรี แต่ติดตรงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เอาด้วย อ้างเหตุผลว่ายังเร็วเกินไป เพราะพ.อ.อภิวันท์ยังมีภาพของคนเสื้อแดงฝังแน่นอยู่ อาจจะกระทบต่อนโยบายสร้างความปรองดองของรัฐบาล
 
               ส่วนเก้าอี้ มท.1 นั้น แกนนำพรรคมองว่าไม่เหมาะกับพ.อ.อภิวันท์ แต่หากจะให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีมานั่งอีกสมัยตามที่ ส.ส.เสนอนั้น แกนนำพรรคหลายคนได้แสดงความไม่เห็นด้วย
 
               งานนี้หวยล็อกจึงตกที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ยังไม่ถูกปรับออกแม้ก่อนนี้จะมีชื่อติดโผอยู่แทบทุกครั้ง
 
               ส่วนตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการนั้น ส้มหล่นที่ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะเข้ามารับตำแหน่งแทน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ ที่จะโยกไปนั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตำแหน่งนี้มาด้วยสัญญาใจล้วนๆ
 
               ตำแหน่งที่ล่อแหลม และดูจะเป็นที่หนักอกหนักใจก็คือ รมว.คมนาคม ที่ในพรรคค่อนข้างจะกดดันไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะขัดแย้งหนักกับ 2 รมช.คมนาคม แต่ความที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นเพื่อนร่วมรุ่น "เตรียม 10" กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ เองก็หวั่นว่า เตรียม 10 ในพรรคซึ่งช่วยทำงานกันมาจะไม่พอใจ ความขัดแย้งจะขยายตัว ตำแหน่งที่ลงตัวของ พล.อ.อ.สุกำพล จึงไปลงที่ รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลถูกวางเอาไว้ให้ "เตรียม 10" แต่ขณะนั้นมีแรงต้านจากกองทัพที่มองว่า พล.อ.อ.สุกำพล ไม่เคยเป็น ผบ.เหล่าทัพ มาก่อน หวยจึงไปออกที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
 
               แต่ครั้งนี้อาศัยจังหวะฝุ่นตลบ แม้จะรู้ว่า กองทัพอยากได้ผู้ที่มาคุมนโยบายของกลาโหมนั้น ควรจะเคยเป็น ผบ.เหล่าทัพมาก่อนก็ตาม งานนี้ต้องจับตาเรื่อง พ.ร.บ.กลาโหม ที่อาจเป็นลักษณะ "หมูไป ไก่มา"
 
               สำหรับกรอบระยะเวลาในการปรับ ครม.ที่สับสนวุ่นวายอยู่พักใหญ่ก่อนหน้านี้ว่า ควรจะปรับ ครม.หลังวันครู ก่อนเทศกาลตรุษจีน หรือว่าหลังเทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไปแล้วนั้นสุดท้ายแล้วแกนนำพรรคเพื่อไทยก็ตัดสินใจที่จะปรับ ครม.หลังวันครู
 
               แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนบินไปเสนอไอเดียกับพ.ต.ท.ทักษิณถึงดูไบให้ปรับ ครม.ช่วงเดือนเมษายนก็ตาม
 
               ยกเหตุผลมาอ้างว่า หากปรับ ครม.ในช่วงนี้ เมื่อถึงเดือนพฤษภาคมที่สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะพ้นโทษจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแล้ว ก็อาจจะต้องมีการปรับ ครม.รอบใหม่ขึ้นอีกจนเกิดปัญหาตามมาได้
 
               ซึ่งหากมีการปรับ ครม.ในช่วงเดือนเมษายน เมื่อสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กลับมาก็จะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ เพราะเพิ่งจะมีการปรับ ครม.ไปได้ไม่นาน การบริหารงานของรัฐบาลก็จะราบรื่น
 
               อีกทั้งผลงานที่ผ่านมา "ทักษิณ" ก็ไม่มั่นใจว่า หากปล่อยให้ "ครม.ยิ่งลักษณ์ 1" อยู่นานอีกสักนิดแล้ว นายกฯ จะบอบช้ำไปมากกว่านี้หรือไม่
 
               หากไล่เรียงรายชื่อและลำดับเหตุการณ์ รวมถึงสไตล์การบริหารที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าการปรับครั้งนี้หนีไม่พ้นต่างตอบแทน โดยเฉพาะคนที่เคยได้รับปูนบำเหน็จไปเมื่อการตั้ง ครม. ก็มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนตัวให้ขุนศึกผู้ที่เคยช่วยรัฐบาลในหลายๆ กลุ่มเข้ามาลองลิ้มชิมรสชาติของตำแหน่งดูบ้าง เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงคนสำคัญ
 
               นอกจากนี้ ยังเห็นได้ว่าที่ผ่านมานั้น การทำงานของรัฐมนตรีหลายคนยังไม่เข้าตาเท่าไรนัก และอาจจะกลายเป็นจุดบอดที่ทำให้รัฐบาลบอบช้ำไปมากกว่านี้ จึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยน เอาตัวจริงและมือบริหารเข้ามาทำงานแทน ดังนั้นเราจึงเห็นชื่ออย่าง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล หรือ สุชาติ ธาดาธำรงเวช
 
               ทั้งนี้ ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่า รัฐมนตรีบางคนใน ครม.ชุดแรกนั้นเป็นชุดกรุยทางเพื่อดำเนินการในเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ และเมื่อทำงานเสร็จจึงมีการเปลี่ยนตัวให้มีผู้ที่ถนัดงานสานต่อเข้ามาดำเนินการ เรียกได้ว่าใช้คนให้เหมาะกับภารกิจ
 
               นอกจากนี้ การปรับ ครม. แต่ต้นปียังเป็นการแสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงหากบ้านเลขที่ 111 จะพ้นโทษแบนกลับมา ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งหลังจากนั้นอาจจะมีบางคนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งเสนาบดี ดังนั้นการปรับในครั้งนี้จึงถือเป็นเวลาที่เหมาะสมหากหวังจะปรับอีกครั้งหลังพฤษภาคม
 
               จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์การปรับครั้งนี้ใกล้เคียงกับคำว่า "ทักษิณสไตล์" ที่เน้นปรับบ่อยปรับถี่ เพื่อให้มีความเหมาะสม ตอบสนองทั้งการทำงานและการเมืองที่ต้องตอบแทนทุกกลุ่มทุกคนทุกขั้ว

..............

(หมายเหตุ : ครม. “ยิ่งลักษณ์ 2”ตอบแทน-ต่อทุน-เตรียมการ : ขยายปมร้อน โดย ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี)