เจาะประเด็นร้อน

รายงานหน้า 1 สุญญากาศ

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

รายงานหน้า 1 สุญญากาศ เกมยังไม่จบ หนทางที่ไม่ราบเรียบของนายกฯ นอมินีแม้ว รุ่น 3 +++++++++++++++ แม้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรค คือ พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ไปแล้ว แต่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ได้กลายเป็นชนวนของ "สุญญากาศทางการเมือง" ไปแล้ว ข้อถกเถียงที่ได้ข้อยุติแรก ภายหลังจาก "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รองนายกฯ คนที่ 1 ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ก็รับหน้าที่รักษาการนายกฯ โดยอัตโนมัติ ในวันนี้ (พุธ) ชวรัตน์ จะเรียกประชุม ครม.รักษาการเพื่อเลือกนายกฯ รักษาการที่เป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกนายกฯ ต่อไป ที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ต้อง "ตีความ" 1. ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ที่ยังไม่ได้ย้ายพรรค สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้หรือไม่ ประเด็นนี้ "สุขุมพงศ์ โง่นคำ" อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักฯ ที่เพิ่งพ้นตำแหน่ง เชื่อว่า ส.ส. สามารถเข้าร่วมประชุมและโหวตเลือกนายกฯ ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ที่สังกัดพรรคที่ถูกยุบย้ายพรรคได้ภายใน 60 วัน ดังนั้นช่วงก่อน 60 วันแม้ว่าจะยังไม่ได้ย้ายพรรคความเป็น ส.ส.ของพวกเขาก็ยังสมบูรณ์อยู่ จึงมีสิทธิดำเนินการต่างๆ ได้เหมือนเป็น ส.ส. แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง มีคำถามว่า ความเป็น ส.ส.จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ ส.ส.คนนั้นต้องสังกัดพรรค เมื่อยังไม่ได้สังกัดพรรคก็ไม่น่ามีสิทธิทำหน้าที่ ส.ส.ได้ ดังนั้นจึงไม่น่ามีสิทธิโหวตนายกฯ ได้ 2. ส.ส.ระบบสัดส่วนสามารถย้ายพรรคได้หรือไม่ นักกฎหมายส่วนหนึ่งมองว่า สามารถย้ายพรรคได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องการย้ายพรรคหลังถูกยุบพรรคไว้โดยไม่ได้ระบุว่าเป็น ส.ส.ประเภทใด ดังนั้นย่อมหมายถึง ส.ส.ทั้ง 2 ระบบย้ายพรรคได้ แต่ "เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 เห็นว่าไม่น่าจะสามารถทำได้ เขาตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนของส.ส.เขตนั้นรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ได้ แต่สำหรับส.ส.ระบบสัดส่วนนั้นไม่สามารถย้ายได้ เพราะประชาชนที่เลือกส.ส.ระบบสัดส่วนเป็นการเลือกพรรคไม่ใช่เลือกตัวบุคคล "เจิมศักดิ์" ยกตัวอย่างกรณีของส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะประชาชนเขาเลือกพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย และตอนเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยยังไม่มี แล้วจะให้ส.ส.ไปอยู่พรรคเพื่อไทยได้อย่างไร เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบแล้วถ้าส.ส.สัดส่วนจะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หากดำเนินจริงจะต้องมีการยื่นตีความแน่นอน ขณะที่"เสรี สุวรรณภานนท์" ประธานชมรม ส.ส.ร. 50 แย้งว่า กฎหมายเขียนได้อย่างชัดเจน ไม่ได้แยกส.ส.เขต และส.ส.สัดส่วนออกจากกัน ส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชน จะไปสังกัดพรรคอะไรก็ได้ ที่กกต.ได้รับรอง แต่ไม่ใช่ 3 พรรคที่ถูกยุบพรรค เมื่อเข้าไปสังกัดพรรคอื่น ก็จะกลายเป็นสมาชิก และส.ส.ของพรรคการเมืองนั้น ๆ ซึ่งจะไม่ไปทับซ้อน กับส.ส.สัดส่วนของพรรคการเมืองดังกล่าว ขณะที่ "สดศรี สัตยธรรม" ยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส.ระบบสัดส่วน เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องดังกล่าวไว้ จึงเป็นปัญหาที่ กกต.ต้องประชุมเพื่อวินิจฉัย เมื่อมี ส.ส.แจ้งย้ายไปสังกัดพรรคต่อไป 3.รัฐบาลแห่งชาติมีโอกาสเกิดหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะไม่ปกติ ซึ่งมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติ เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน หนทางที่จะไปสู่รัฐบาลแห่งชาติและดึงคนนอกมาเป็นนายกฯ ได้นั้น จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.เสียก่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องอาศัยเสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งที่น่าจะสนับสนุนแนวทางนี้ คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีส.ส.อยู่ 165 คน บวกเสียงส.ว. ที่นำโดยกลุ่ม 40 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องการเสียงครึ่งหนึ่งของรัฐสภา จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่เหลืออยู่ล่าสุดหลังมีการยุบพรรคคือ 597 คน ครึ่งหนึ่งคือ 299 คน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงมีการจับตาว่า การกำเนิดรัฐบาลแห่งชาติได้จะต้องอาศัยอำนาจนอกระบบบางอย่างมาช่วยเหลือ 4. นายกฯ รักษาการมีอำนาจยุบสภาได้หรือไม่ ประเด็นนี้ ฝ่ายพรรคพลังประชาชนรู้ดีว่า ช่วงสุญญากาศก่อนที่จะมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ อาจมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แผนยุบสภา จึงถือเป็นไม้ตายสุดท้ายที่พวกเขา จะนำมาใช้ สำหรับอำนาจของ นายกฯ รักษาการ จะยุบสภาได้หรือไม่ เคยมีการถกเถียงกันมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนที่"สมชาย" เป็นนายกฯ รักษาการ ซึ่งครั้งนั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยบอกว่าสามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดห้ามเอาไว้ แต่แน่นอนว่า ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการยุบสภาเกิดขึ้นและเห็นว่านายกฯ รักษาการไม่มีอำนาจนี้ จะเดินหน้าขัดขวางอย่างถึงที่สุด และเชื่อว่าก่อนที่ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม จะกอดคอจัดตั้งรัฐบาล และได้นายกฯ คนใหม่ น่าจะมีความเคลื่อนไหวเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกันอีกครั้ง
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง