
เหตุผลที่ต่างชาติจับตามองไทย
เหตุผลที่ต่างชาติจับตามองไทย : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา
มหกรรมช็อกซินีม่ากำกับโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทยอยออกมาให้ประชาชนพองสยองเกล้าเป็นระยะๆ
ล่าสุดนี่เป็นเรื่องน้ำมันเบนซินทุกชนิดขึ้นพรวดเดียว 1 บาท 7 สตางค์ เช่นเดียวกับราคาก๊าซที่อั้นไว้ไม่อยู่ ต้องปล่อยให้ "ค่าครองชีพ" ถูก "กระชาก" ลากขึ้นไปอีกครั้ง หลังจากช่วง "โปรโมชั่น 3 เดือน" ของรัฐบาล
นี่คือ "ความจริง" ที่ทุกคนต้องเผชิญ
แต่ดูเหมือนว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะไม่ค่อยให้ราคาเท่าไหร่ จึงได้ไปประชุม ครม.สัญจรที่ จ.เชียงใหม่ แล้วประกาศทุ่มเงิน 3 หมื่นล้านเพื่อพัฒนาบ้านเกิด
ประเด็นนี้นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กำลังจะแสดงผลให้เห็นถึงความล้มเหลว
น่าสนใจว่า บรรดาผู้มีประสบการณ์ หรือ "เกรด A" ของเพื่อไทยที่นั่งอยู่ในคอกเลขที่ 111 ทั้งหลาย กลับมองดูโชเฟอร์ยิ่งลักษณ์เหยียบคันเร่งตะบึงเข้าหาขอบเหวอย่างใจเย็น
การบริหารประเทศที่ดูเปะปะหาทิศหาทางไม่เจอ จู่ๆ จะทุ่ม 3 หมื่นล้านให้ จ.เชียงใหม่ ทั้งที่ประเทศกำลังต้องการเม็ดเงินฟื้นฟูจากภาวะน้ำท่วมใหญ่
ถามว่าจะเอาเงินจากไหน ที่ออกพระราชกำหนดกู้เงินมานั้น แหล่งเงินกู้ที่ไหนเขาจะให้ ในเมื่อญี่ปุ่นเขาก็มีเงื่อนไขว่า จะไม่ให้เงินสด เช่นเดียวกับจีน แถบยุโรปยิ่งไม่ต้องพูดถึง ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด
หรือว่าจะใช้คอนเนกชั่นของพี่ชายกู้เงินจากประเทศแถบตะวันออกกลาง ?
ถ้าเอาอย่างนั้นก็ต้องไปดูเรื่องดอกเบี้ยเท่าไหร่ รวมทั้งมีค่าเปิดปากถุงด้วยหรือไม่
ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องทุ่มเม็ดเงินฟื้นฟูกิจการคงไม่มีกำลังพอที่จะเจียดไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล
ส่วนธนาคารพาณิชย์ ในภาวะเช่นนี้ยิ่งต้องระวัง ต้องตั้งเงินสำรองเผื่อหนี้จะสูญจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
หันซ้ายหันขวาไม่มีใครสักคน รัฐบาลก็หมดทางเลือกต้องเดินด้วยลำแข้งตัวเอง
แต่ทางออกก็ใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่ต้องตัดสินใจว่า โครงการใหญ่ที่บอกว่าจะผุดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น จะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนวางระบบลำรางระบายน้ำหรือไม่
แต่หากเลือกแนวทางนี้ ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องใจแข็งพอที่จะปฏิเสธเหลือบไรที่จ้องจะงาบหัวคิว 20-30% ทั้งหลายให้ได้ เพื่อซื้อใจนักลงทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ทางออกนี้อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะจนถึงวันนี้ รัฐบาลยังไม่แสดงให้เห็นว่าไปทางไหน ถึงแม้จะรู้ว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าน้ำจะหลากลงมาอีกครั้ง
เมื่อหันไปดูความมั่นคงด้านการเมืองก็ยังอยู่ภาวะ "ทรง" กับ "ทรุด"
ระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับกลุ่มอำนาจเดิมยังคงภาวะ "สงครามเย็น" ที่รอวันแตกหัก
นั่นทำให้นักวิเคราะห์ต่างชาติมอง "การเมืองไทย" ในลักษณะ "นับถอยหลัง"
ปัจจัยบวกที่จะได้จากรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้นแทบไม่มี เป็นรัฐบาลที่เข้ามาบริหารจัดการประเทศตามกฎหมายก็จริง แต่ความจริงก็คือ ไม่มีอำนาจในการปกครองประเทศ
ทั้งหมดนี้ทำให้ประเทศไทยถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ล้วนแต่โคม่าทั้งนั้น
..............
(หมายเหตุ : เหตุผลที่ต่างชาติจับตามองไทย : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา)



