คอลัมนิสต์

คำเตือนจากที่ปรึกษากยน.

คำเตือนจากที่ปรึกษากยน.

17 ม.ค. 2555

คำเตือนจากที่ปรึกษากยน. : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 17 ม.ค.2555

             นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาล ผ่านการแสดงความห่วงใยต่อปริมาณ "น้ำค้างทุ่ง" ที่ยังไม่มีการบริหารจัดการใดๆ ทั้งที่เหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือน ก็จะย่างเข้าสู่ฤดูฝนและหน้าน้ำหลากอีกครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อน้ำค้างทุ่งรวมกับน้ำฝน น้ำเหนือรอบใหม่ ก็อาจจะทำให้เกิดอุทกภัยขึ้นอีกครั้งหนึ่งได้ คำเตือนนี้หาใช่การคาดการณ์ที่เกินเลยไปจากความเป็นจริงแต่อย่างใด เพราะเป็นที่ประจักษ์กันทั่วไปว่า ยังไม่มีการจัดการน้ำค้างทุ่งกันอย่างจริงจัง ราวกับว่า เมื่อระดับน้ำบนถนนลดลงจนแห้งสนิทดีแล้ว การคมนาคมสัญจร ภาคธุรกิจ เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ภาระหน้าที่บริหารจัดการน้ำของรัฐบาลก็สิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น

              ทุกวันนี้ เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยภาคกลางหลายจังหวัดพยายามจัดการน้ำค้างทุ่งโดยลำพัง หรือจะเรียกว่า ช่วยเหลือตัวเองไปตามมีตามเกิดก็คงไม่ผิดนัก อย่างเช่น ระดมเครื่องสูบน้ำออกจากไร่นาทั้งวันทั้งคืนเพื่อเริ่งเวลาเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ โดยที่ไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนดูแลเอาใจใส่ ชดเชยค่าน้ำมัน ค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนการผลิตอันสืบเนื่องมาจากอุทกภัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณน้ำในไร่นาเมื่อเทียบกับน้ำค้างทุ่งทั้งหมด อาจถือว่ามีเพียงน้อยนิด แต่ก็ใช่ว่ารัฐจะละเลยไม่เข้ามาบริหารจัดการอย่างจริงจังได้ เพราะการปล่อยปละละเลย ไม่เพียงแต่จะเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้สถานการณ์น้ำปีหน้าเลวร้ายเท่านั้น หากแต่จะยิ่งทำให้การฟื้นฟูเยียวยาให้เกษตรกรฟื้นตัวลืมตาอ้าปากได้ต้องเนิ่นนานออกไป ซึ่งนอกจากจะทำให้ผลผลิตตกต่ำแล้ว ยังจะส่งผลซ้ำเติมภาวะข้าวยากหมากแพงในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

              บทเรียนจากมหาอุทกภัยที่เพิ่งผ่านพ้น บอกให้รู้ว่า ถึงวันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจนิยามของคำว่า บริหารจัดการน้ำกันเสียใหม่ โดยเฉพาะการบูรณาการแผนงานที่ยั่งยืน โดยการติดตามตรวจสอบทั้งภาครัฐและเอกชน ควบคู่ไปกับมาตรการเฝ้าระวัง และการทำความเข้าใจ ชี้แจงแถลงไขให้สังคมได้เห็นความโปร่งใสของมาตรการในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนและผู้ประกอบต่างๆ แล้ว ยังจะช่วยให้ทุกคน ทุกครัวเรือน สามารถวางแผนการปลูกสร้างบ้านเรือน การจัดการที่ดินทำกิน ตลอดไปจนถึงวิถีชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

              นอกจากการบริหารจัดการน้ำค้างทุ่งตามคำแนะนำของที่ปรึกษา กยน.ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ทั่วประเทศมีอยู่เกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แทบทั้งสิ้น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องวางแผนงานรองรับสำหรับระยะเวลาที่เหลือ 3 เดือนนี้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ทั้งเพื่อการบริโภค การเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และผลิตกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ที่สำคัญที่สุดก็คือ การพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนในปีหน้าจะต้องประสานสอดคล้องกับมาตรการ "พร่องน้ำ" ในอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที