คอลัมนิสต์

สุมไฟปรองดอง

สุมไฟปรองดอง

16 ม.ค. 2555

สุมไฟปรองดอง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 16 ม.ค.2555

                  พลันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อ ผู้เสียหาย ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่ม เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชน และภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองทุกเหตุการณ์ ตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เมื่อช่วงปลายปี 2548 จนถึงเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 วงเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องเร่งดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย
   
               วงเงินที่รัฐบาลได้จ่ายชดเชยให้แก่เหยื่อโศกนาฏกรรมทางการเมืองในช่วงเวลาเหล่านี้ ถูกวิพากษวิจารณ์อย่างยิ่งว่า มีจำนวนสูงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะกรณีผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งหากรวมถึงค่าปลงศพ ค่าสูญเสียทางด้านจิตใจ ค่ารักษาพยาบาล จะได้รับการเยียวยาถึง 7.75 ล้านบาทต่อราย ต่ำสุดบาดเจ็บเล็กน้อยได้ชดเชย 2.25 แสนบาทต่อราย โดยให้คณะอนุกรรมการด้านการเยียวยาทางแพ่งและฟื้นฟูด้วยวิธีอื่นที่ ปคอป.แต่งตั้งเป็นผู้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการชดเชย โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ 
   
               ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด คนต่างๆ เหล่านี้ถ้าหากดูหลักเกณฑ์แล้วก็จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งความจริงแล้วในบางกรณีก็ไม่สมควรที่จะได้รับ เช่น กรณีการประกอบระเบิดและระเบิดใส่ตัวเอง การยิงวัดพระแก้ว แต่พลาดเป้าไปถูกกระทรวงกลาโหม หรือกลุ่มคนชุดดำ ซึ่งหากมองตามเกณฑ์คนเหล่านี้ก็จะได้รับเงินชดเชยเช่นเดียวกัน ขณะที่คนซึ่งโดนลูกหลงจากการมาชุมนุมโดยไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย เมื่อเกิดความสูญเสียก็จะได้รับการเยียวยาตามหลักสากลอยู่แล้ว
   
               นอกเหนือจากความสงสัยว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นการเลือกปฏิบัติกับคนบางกลุ่มบางสีแล้ว ยังจะนำไปสู่กระบวนการปรองดองได้จริงหรือ แล้วกรณีการเสียชีวิตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีผู้สูญเสียเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์มากมาย รวมทั้งทหารที่เสียชีวิตจะได้รับด้วยหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ชี้แจงต่อสภาว่าจะได้ด้วย แต่ในมติคณะรัฐมนตรีกลับไม่ปรากฏ แล้วยังมีกรณีฆ่าตัดตอนเรื่องยาเสพติด ซึ่งผู้ออกนโยบายในขณะนั้นต่อมายอมรับว่าเป็นการดำเนินการผิดพลาด แล้วคนเหล่านี้จะได้ค่าชดเชยเยียวยาด้วยหรือไม่
   
               อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องไปดูหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาให้รัดกุม ไม่เช่นนั้นแล้วอาจมีปฏิกิริยาจากกลุ่มคนอื่นๆ หรือจากผู้เสียภาษีอากรทั้งหลายที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างความสามัคคีภายในชาติจะเกิดขึ้นได้ ด้วยการเอาเงินไปจ่ายให้กับคนที่ทำผิดกฎหมาย บางครั้งการเยียวยาที่ผิดวิธีแทนที่จะช่วยเรื่องการปรองดองกลับจะกลายเป็นเพิ่มเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นมาอีกก็ได้