คอลัมนิสต์

ใช้หลักเกณฑ์อะไรไปเยียวยา?

ใช้หลักเกณฑ์อะไรไปเยียวยา?

12 ม.ค. 2555

ใช้หลักเกณฑ์อะไรไปเยียวยา? : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี [email protected]

            ฮือฮาไปทั้งเมืองเมื่อ ครม.เห็นชอบ ข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมให้การเยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อ และผู้เสียหาย ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ตามที่คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เสนอ
 
            ไม่ใช่ฮือฮาเพราะประเด็นที่เป็นบทสรุป ของ ปคอป.ที่ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐจะต้องได้รับการเยียวยา เพราะนั่นคือหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องแล้ว
 
            หากแต่ตกอกตกใจกับหลักเกณฑ์การคิดคำนวณเป็นจำนวนเงินที่ใช้เยียวยา และผู้ที่ได้รับการเยียวยาที่ออกมา
 
            โดยเฉพาะกรณีผู้เสียชีวิตที่ได้ 4.5 ล้านบาท แล้วยังรวมไปถึง "เงินชดเชยเยียวยาความสูญเสียทางด้านจิตใจ" อีก 3 ล้านบาท นั่นเป็นการคำนวณจากฐานคิดใด
 
            ถ้อยแถลงของ ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ระบุถึงเหตุและผล ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้ง ปคปอ.และ ครม.จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อที่จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน
 
            เพราะนี่คือคำถามที่จะต้องถูกขยายความต่อไปว่า การกำหนดเม็ดเงินจำนวนมากขนาดนี้มาจากอะไร รวมทั้งเพื่ออะไร
 
            ข้อสังเกตจาก อ.สิริพรรณ นกสวน ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่การปูนบำเหน็จ แต่อาจให้เพื่อให้ลืมเรื่องราวบางอย่างที่บาดลึกลงไปในจิตใจของญาติผู้ชุมนุมที่สูญเสีย
 
            เรื่องนี้อาจไม่ตรงกับ อารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ดแดง แต่วันนี้เป็นเลขาฯ รมว.มหาดไทย ที่บอกว่า ก่อนหน้านี้ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแดง เคยบอกด้วยซ้ำไปว่าจะให้ 10 ล้านบาท
 
            เหตุผลของ อ.สิริพรรณ ชี้ไปที่ความรู้สึกของญาติผู้สูญเสียจะต้องได้เงินจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนั้นก็น่าจะเพื่อให้ลืมความบาดหมางกับทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยทหาร หรือไม่ต้องการที่จะขัดแย้งกับทหาร
 
            ต่างจากผู้ชุมนุมที่ถูกกรอกหูมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ทหารเป็นคนยิง
 
            แต่ที่น่าสังเกตอีกเรื่องก็คือ กรณีโฆษกรัฐบาลแถลงเมื่อวันอังคารนั้นบอกว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้ข้อสังเกตไปยัง ปคอป.ว่าให้ไปดูผลกระทบข้างเคียงด้วยว่ามีร้านรวงในย่านนั้นได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่
 
            ฟังแล้วเหมือนจะดูดี ดูจะรอบด้าน
 
            แต่นี่หมายความว่า เจตนาของ ปคอป.นั้นกะเอาเฉพาะคนเจ็บคนตาย แต่คนเดือดร้อนอย่างร้านค้า หรือแม้กระทั่งพนักงานบริษัท ไล่ไปถึงพวกลูกจ้างรายวันที่ต้องดิ้นรนไปหางานอื่นทำเพราะกิจการถูกปิดล้อมเป็น "นครแดง" ที่แยกราชประสงค์ คนพวกนั้นไม่เคยอยู่ในหัวของคณะที่เรียกย่อๆ ว่า ปคอป.มาก่อน
 
            นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เลยไล่ให้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ประธาน ปคอป.ไปดูเพิ่มมา
 
            นั่นก็เท่ากับแก้ผ้าล่อนจ้อนแล้วว่า การศึกษาเพื่อที่จะเยียวยาทุกสีทุกฝ่ายยังไม่รอบคอบ ไม่สมบูรณ์ ไม่ครอบคลุม แต่ถึงกระนั้น ครม.ก็ยังอุตส่าห์มีมติเห็นชอบตามที่ ปคอป.เสนอ
 
            อาจเป็นสไตล์การทำงานของรัฐบาลนี้ เคลียร์กันได้เฉพาะภายในแล้วก็อนุมัติ ที่เหลือก็ไปว่าเอาหน้างาน
 
            ดูเรื่องก๊าซเอ็นจีวีนั่นปะไร คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ ที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานมีมติให้ขึ้นราคา ต่อมาเอาเข้า ครม.ก็มี นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานที่ประชุม ก็ว่ากันไปตามนั้น แต่พอเจอม็อบแท็กซี่ ม็อบรถบรรทุกปิดถนน ทุกมติก็ยืดหยุ่น ซื้อเวลาออกไปอีก 4 เดือน
 
            กรณีนี้ ถ้าหากนักธุรกิจ ลูกจ้างพนักงานย่านราชประสงค์ สะพานผ่านฟ้าฯ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก พากันออกมาปิดถนนเรียกร้องค่าชดเชยจากรายได้และโอกาสที่เสียไป ปคอป.-ครม.จะมีกลับมติใหม่อีกหรือไม่
 
            นี่ยังไม่นับรวมความรุนแรงจากพื้นที่ภาคใต้ที่ส่วนหนึ่งก็บอกว่า เป็นการต่อสู้ทางการเมืองเช่นกัน และที่นั่นยังมีความสูญเสียของเจ้าหน้าที่รัฐไปอีกมากมายอีกด้วย ญาติพี่น้องของคนเหล่านั้นต้องออกมาปิดถนนกันก่อนด้วยหรือเปล่า
 
            แล้วถ้าหากคน (ที่เพิ่มใหม่) เหล่านั้น จะต้องได้ค่าชดเชยจะคิดคำนวณด้วยฐานคิดอย่างไร ถึงจะเหมาะสมสะท้อนภาพความเป็นจริง
 
            เพื่อไม่ให้ถูกค่อนแคะว่า ไม่ใช่ "การเยียวยา" หากแต่เป็นการ "ปูนบำเหน็จ"
 
            ตายได้ 7.5 ล้านบาท แม้ไม่ใช่ 10 ล้านบาท แต่มันก็ใกล้เคียงกับที่เคย "วางบิล" เอาไว้
 
            สิ่งที่ ปคอป.และรัฐบาลจะต้องชี้แจงต่อประชาชนคนในประเทศทุกคน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินภาษีราว 2,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลเตรียมเอาไปจ่ายก็คือ ใช้หลักเกณฑ์ใด และเหตุใดคนอื่นๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมถึงไม่มีโอกาสได้รับการชดเชย ทั้งที่มันเป็นการกระทำของรัฐ ที่รัฐไม่สามารถจัดการการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ด้วยเช่นกัน

...................

(หมายเหตุ : ใช้หลักเกณฑ์อะไรไปเยียวยา? : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี )[email protected]