คอลัมนิสต์

ข้อเสนอคอ.นธ.'ระเบิดเวลา'หรือ'สับขาหลอก' :

ข้อเสนอคอ.นธ.'ระเบิดเวลา'หรือ'สับขาหลอก' :

09 ม.ค. 2555

ข้อเสนอคอ.นธ.'ระเบิดเวลา'หรือ'สับขาหลอก' : บทบรรณาธิการประจำวันที่9ม.ค.2555

           กลายเป็นประเด็นร้อนรับปีใหม่สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ซึ่งมีนายอุกฤษมงคลนาวิน เป็นประธาน ได้เสนอทางออกทางการเมืองผ่านเว็บไซต์หัวข้อ "การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองว่าด้วยความสามัคคี และความสมานฉันท์ของคนในชาติ" โดยแสดงความเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคนเป็นผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขโดยรูปแบบผ่านมาตรา 291 ที่จะให้มีการสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ด้วยเหตุผลว่าข้อเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร. 99 คน โดยให้เลือกสมาชิกจากผู้เป็นตัวแทนของจังหวัด รวม 77 คน และรัฐบาลแต่งตั้งเพิ่มเติมอีก 22 คน (หรือให้สมาชิกเลือกผู้รู้อีก 22 คน) รวมเป็น 99 คน ตามที่มีผู้เสนอแนะและสอดรับกับแนวทางของรัฐบาล


           ข้อเสนอแนะของ คอ.นธ.ที่ได้รับแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน2554 ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ต้องผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญแต่ใช้วิธีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแทน โดยผ่านการคัดสรรจากคณะรัฐมนตรีเข้ามาดำเนินการจำนวน 30-35 คนแทนคัดเลือกจากบุคคลผู้มีความรู้มีประสบการณ์ด้านรัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับในสังคม ไม่เลือกจากเฉพาะบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่เกิน 60 วันและทำประชามติในที่สุด


           แม้จะมีรายชื่อ "บุคคลที่มีความรู้และมีความสนใจในรัฐธรรมนูญ" จำนวน 34 รายชื่อ(เท่าที่คิดออก) แยกออกเป็นนักวิชาการด้านกฎหมาย, สมาชิกวุฒิสภา, ตัวแทนจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและสื่อมวลชน พ่วงเข้ามาด้วยก็ตาม แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรในเครือข่ายระบอบทักษิณ อย่างเช่น นักกฎหมายกลุ่มนิติราษฎร์, นักกฎหมายกลุ่มคนเสื้อแดง, นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์จากบ้านเลขที่111 เป็นต้น แล้วจะนำไปสู่ความปรองดองที่แท้จริงได้อย่างไร หรือเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่ตัวเองเท่านั้น


           หลายฝ่ายรู้สึกข้องใจกับแนวทางของ คอ.นธ. เพราะดูจะสวนทางกับแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่ยืนยันมาตลอดกับสภาว่าจะมีแนวทางการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง โดยให้มี ส.ส.ร.จากทั่วประเทศเข้ามาดำเนินการ แต่ข้อเสนอของ คอ.นธ.กลับตรงกันข้าม และผู้ที่ถูกระบุชื่อหลายคนต่างออกมากล่าวขอบคุณพร้อมแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เอาด้วย จึงกลายเป็นดาบสองคมเมื่อรัฐบาลอ้างว่ามีนโยบายโดยอ้างจำนวนเสียงประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยมาก็ต้องเคร่งครัดกับการเปิดกระบวนการมีส่วนร่วม จึงเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องแสดงท่าทีให้ชัดว่าจะยืนยันในสิ่งที่เคยบอกกับสภาหรือจะเบี่ยงเบนตามข้อเสนอของ คอ.นธ.