คอลัมนิสต์

มทภ.4เตรียมแผนรับภัยพิบัติต้องไม่สูญเสีย

มทภ.4เตรียมแผนรับภัยพิบัติต้องไม่สูญเสีย

09 ม.ค. 2555

มทภ.4เตรียมแผนรองรับภัยพิบัติ สิ่งที่น่าชื่นใจไม่มีชาวบ้านสูญเสีย : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง

                   สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 9 จังหวัดค่อนข้างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่าหลายแสนคน เพราะไม่ได้ตั้งตัวกับอุทกภัยน้ำท่วมครั้งนี้ เนื่องจากน้ำท่วมมาเร็วกว่ากำหนดเหมือนทุกปี ที่จะเกิดขึ้นในราวเดือนเมษายน-พฤษภาคม แต่ด้วยแผนบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก ที่จัดทำขึ้นมาไว้เพื่อรองรับการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม ที่สำคัญคือการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย จึงไม่ค่อยเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้
   
                ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก พร้อมทั้งระดมกำลังพลกว่า 1 หมื่นนาย รวมถึงยุทโธปกรณ์และเครื่องมือเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง โดยเฉพาะเน้นในจุดที่เกิดปัญหาหนักสุด และให้ครอบคลุมทั้ง 9 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ​ รองผู้บัญชาการทหารบก ลงไปกำชับกำลังพลในการดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่เช่นเดียวกัน รวมถึงการเตรียมกำลังเสริมจากกองทัพภาคที่ 1, 2 และ 3 หากเกิดฉุกเฉิน
   
                พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ภาพรวมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงและทยอยลงสู่ทะเลเกือบหมดแล้ว เหลืออีกเพียง 3 จังหวัด คือ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และในพื้นที่ชายฝั่งบางส่วน
   
                ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยขึ้นตรงจำนวน 21 ศูนย์ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดที่ประสบภัย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าช่วยเหลือประชาชน
   
                กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดกำลังพล ยานพาหนะทั้งเรือและรถ พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์จำนวนมากเร่งดำเนินการ ขนย้ายผู้ประสบภัย ผู้เจ็บป่วย และสิ่งของไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เป็นพื้นที่สูง แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ รวมทั้งจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้ประสบภัยใน จ.สงขลา, พัทลุง, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา
   
                สำหรับพื้นที่ที่วิกฤติมากคือที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งถือว่ารุนแรงมาก
   
                โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม และเส้นทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่ถูกตัดขาด 17 แห่ง ซึ่งกองทัพก็พยายามเข้าไปซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้เส้นทางที่ถูกตัดขาดไปนั้นได้โดยเร็ว โดยคาดว่า 1-2 วันนี้ ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย หลังจากได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายตามจุดต่างๆ ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพื่อที่จะเข้าไปฟื้นฟูในแต่ละพื้นที่ สิ่งที่น่าชื่นใจในครั้งนี้ไม่มีประชาชนสูญเสีย
   
                "ทหารจะอยู่กับประชาชนในพื้นที่จนกว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัย และสถานการณ์กลับมาอยู่ในภาวะปกติให้มากที่สุด โดยเฉพาะการสัญจรของประชาชนให้เกิดความสะดวก ซึ่งการช่วยเหลือในขั้นต้นคาดว่าในอีก 1-2 วันนี้น่าจะจบ ส่วนขั้นตอนต่อไปทางหน่วยราชการอื่นๆ ก็จะเข้ามาช่วยดูแลต่อไป" พล.ท.อุดมชัยระบุ
   
                ทั้งนี้กำลังทหารที่จัดส่งมาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอุทกภัยในครั้งนี้ มีทหาร 1 หมื่นกว่านาย ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ 21 จุด 9 จังหวัด สำหรับพื้นที่ไหนที่ไม่น่าเป็นห่วงกับสถานการณ์แล้ว ก็จะถอนกำลังกลับไปยังที่หน่วยเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อ
   
                โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการนำขึ้นมาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ด้วย ส่วนเครื่องมือช่างก็ได้ระดมลงไปในพื้นที่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งกำชับให้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด รวมถึงมีอาหาร น้ำดื่ม เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอยู่ในช่วงที่เกิดอุทกภัย หลังจากนั้นก็จะเข้าไปฟื้นฟูภายหลังน้ำลด
   
                แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อว่า กองทัพจะต้องเป็นด่านแรกในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน เพราะส่วนราชการอื่นไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ
   
                ที่สำคัญกองทัพมีกำลังพลพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งรัฐบาลก็สั่งการผ่านมายัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสั่งตรงมายัง พล.อ.ประยุทธ์ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน
   
                ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดเตรียมแผนบรรเทาสาธารณภัยในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อยู่แล้ว รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน โดยจะมีนายทหารติดต่ออยู่ในพื้นที่อำเภอต่างๆ เมื่อพื้นที่ใดเกิดขึ้นทหารก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันที
   
                อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 4 จะมีการตรวจสอบความพร้อมของแต่ละศูนย์ โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทุกอย่างเราได้จัดเตรียมแผนไว้เรียบร้อยจึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงอะไรมาก แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะหนัก หรือเบาแค่ไหน ทั้งนี้ถือว่าโชคดีที่การทำงานแก้ไขเรื่องน้ำท่วมทำกันได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีบทเรียนในอดีตที่ผ่านมามาปรับใช้ในครั้งนี้
   
                สำหรับการเตรียมแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น พล.ท.อุดมชัยกล่าวว่า ไม่มีแต่เพียงกองทัพเท่านั้น แต่นั่นหมายรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ปรับแผนเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่เพื่อรองรับประชาชนในการอพยพหากเกิดอุบัติฉุกเฉินขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที
   
                รวมถึงการปลูกสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ใหม่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากภัยพิบัติที่จะเกิดในอนาคต กองทัพพยายามปรับแผนในการช่วยเหลือประชาชนตลอด ที่สำคัญในเรื่องการสื่อสารที่จะต้องเตรียมไว้ให้ชัดเจน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุด รวมถึงยานพาหนะในการอพยพประชาชน
   
                ทั้งนี้แผนการทำงานแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจะไม่กระทบต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นคนละส่วนงานกัน นอกจากนี้ยังได้เตรียมแผนขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ธรรมชาติไม่มีใครไปกำหนดได้ แต่เราจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้อยู่กับธรรมชาติให้ได้ว่าจะทำอย่างไร

...........................

(หมายเหตุ : มทภ.4เตรียมแผนรองรับภัยพิบัติ  สิ่งที่น่าชื่นใจไม่มีชาวบ้านสูญเสีย : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง)