คอลัมนิสต์

เป็นความต้องการของประชาชน

เป็นความต้องการของประชาชน

06 ม.ค. 2555

เป็นความต้องการของประชาชน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

                   เรื่องแก้รัฐธรรมนูญทั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึง ทักษิณ ชินวัตร ผู้พี่ กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งภายในพรรค เมื่อ ส.ส.เสื้อแดงแถลงข่าวว่า จะเร่งยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็มีอีกฝ่ายในพรรคที่ยังเห็นว่าไม่ควรเร่งโหมไฟในเวลานี้
   
                 ประเด็นที่ ส.ส.เสื้อแดงมุ่งจะแก้ก็ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้น ว่าจะแก้ที่ มาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มีการเลือก ส.ส.ร.มาพิจารณายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
   
                 หากแต่มุ่งจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยใช้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 เป็นตัวตั้ง
   
                 ในขณะที่กลุ่มนปช.ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย กลับหนุนให้แก้มาตรา 291 เพื่อให้มี ส.ส.ร. เพียงแต่ว่า ที่มาของ ส.ส.ร.นั้นควรมาจากสัดส่วนของประชากร ไม่ได้มาจากตัวแทนจังหวัดละ 1 คน
   
                 แต่ทั้งกลุ่ม นปช.และส.ส.แดงต้องการตรงกันก็คือ แก้รัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด โดยที่แดงบางส่วนก็หวังลึกๆ ว่าจะยาวถึง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปด้วย
   
                 ความเคลื่อนไหวของทั้ง นปช.และส.ส.เสื้อแดงในพรรคเพื่อไทย เหมือนกับไม่สนว่า ก่อนหน้านี้ยิ่งลักษณ์จะว่าอย่างไร ไม่ได้ดูว่าก่อนหน้านี้ "กุมารทองคะนองศึก" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะบอกว่า อีก 8 เดือนค่อยมาคุยกัน
   
                 ยกเว้น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.เสื้อแดงที่เห็นด้วยกับความเห็นของ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะเห็นว่าที่ต้องรีบทำคือการเยียวยาฟื้นฟูประชาชน และภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่
   
                 ล่าสุดก็ "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ก็ออกมายืนยันว่า ยิ่งลักษณ์ ว่าอย่างไรก็ตามนั้นส่วนเรื่อง มาตรา 112 ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
   
                 กำหนดเวลาที่พรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะแก้รัฐธรรมนูญก็คือ ภายใน 1 ปี แต่ทั้ง ยิ่งลักษณ์ เฉลิม และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ต่างก็รู้ดีว่า "แก้รัฐธรรมนูญ" คือ จุดวิกฤติที่แม้ไม่อาจเลี่ยงได้ แต่จะพยายามยื้อไปให้นานที่สุดจนได้กำหนด 8 เดือนข้างหน้า ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม บอกเอาไว้
   
                 ที่มองว่าวิกฤติ นั่นเป็นเพราะประเด็น-เนื้อหาที่จะแก้นั้น ทั้งส.ส.เสื้อแดง และนปช.ต่างก็มีธงของตนเองอยู่แล้ว และธงที่ว่านั้นเป็นประเด็นที่แหลมคมว่าจะเกิดแรงเสียดทานจนอาจนำมาสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
   
                 ทำให้อย่างแรกสุดที่ยิ่งลักษณ์ ทำได้ก็คือ โยนเรื่องนี้ให้เป็นภาระของสภา และประชาชนภาค นปช. ส่วนรัฐบาลนั้นไม่ขอเป็นผู้นำขบวน ที่มองเห็นชัดๆ ว่า ความขัดแย้งจากวิกฤติการณ์นี้มีขึ้นแน่ๆ
   
                 เพราะบางส่วนของ ส.ส.เสื้อแดง และบางส่วนของ นปช. ก็มุ่งหวังที่จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขจัดปมคาใจโดยเฉพาะกรณี ทักษิณ ชินวัตร ออกไปให้เด็ดขาด
   
                 แม้ปมที่ว่านั้น จะถูกประชาชนอีกฟากหนึ่งที่เห็นว่า การล้างมลทินของทักษิณ จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ทักษิณ ยอมรับกระบวนการยุติธรรม และกลับมารับโทษตามคำพิพากษาของศาลเสียก่อน จะพากันลุกฮือขึ้นต่อต้าน
   
                 ฝ่ายค้านเองก็มองเรื่องนี้ออก แล้วก็ไม่ลังเลที่จะออกมากระชุ่นรัฐบาลอย่าทำตัวเป็นอีแอบให้รับเป็นเจ้าภาพนำแก้รัฐธรรมนูญเสียเอง ในฐานะที่เป็นเสียงข้างมากในสภา
   
                 แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้กระชุ่นดุนหลัง ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่มีวันรับหน้าเสื่อนำแก้รัฐธรรมนูญ
   
                 ถึงแม้ว่าส่วนหนึ่งของเนื้อหานั้น อาจเป็นประโยชน์ต่อพี่ชายตนเองก็ตาม เพราะหากเกิดวิกฤติการณ์บานปลายไปจนถึงขั้นปะทะนองเลือด ตราบาปก็จะตกอยู่ที่ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล หาใช่ตัวทักษิณ ที่อยู่บนหอคอยงาช้าง รอให้ประชาชนผู้ศรัทธาจัดการให้
   
                 อย่างไรก็ตาม กำหนดที่ว่าจะต้องยื่นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเข้าสภาภายในเดือนแรกของปีนี้ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
   
                 นั่นหมายความว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ไม่ออกหน้า ไม่เร่งเร้า ก็แค่การ "ออกตัว" เผื่อเหลือเผื่อขาด ถ้าวันนั้นมันวิกฤติจริง ก็บอกได้ว่า ไม่เกี่ยว หรืออาจราบเรียบยอมรับกันทั่ว ก็เคลมได้เลยว่า นั่นคือ "ความต้องการของประชาชน"
   
                 เรียกได้ว่า ออกทางไหนก็ได้ทุกทาง !

........................

(หมายเหตุ : เป็นความต้องการของประชาชน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)