คอลัมนิสต์

ช่อง 'เขา'ช่อง'เรา'

ช่อง 'เขา'ช่อง'เรา'

06 ม.ค. 2555

ช่อง 'เขา'ช่อง'เรา': กระดานความคิด โดยแคน สาริกา

                     ผมนั่งอ่านรายงานข่าวเรื่องนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่น 3 ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี รับฟังความเห็นจาก "คนเสื้อเหลือง" กับ "คนเสื้อแดง" พบข้อมูลชาวบ้านมีความคิดไปในแนวทางเดียวกันหมด พวกเขาเลือกที่จะเชื่อนักการเมืองที่ตัวเองสนับสนุน และมองว่า ชนชั้นนำของอีกฝั่งมีปัญหามากกว่าชนชั้นนำที่ตนเองสนับสนุน
   
                 จะว่าไปแล้ว ข้อมูลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงในหมู่บ้านดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนถึงปีนี้ ความขัดแย้งทางความคิดในหมู่ประชาชนก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
   
                 ต้นเหตุอันทำให้ "มีความคิดไปในแนวทางเดียวกันหมด" ด้านหนึ่งมาจากการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะการเติบโตของ "ทีวีดาวเทียม" และ "เคเบิลทีวี" ซึ่งทำให้เกิด "ทีวีทางเลือก" ที่มีลักษณะเป็นสื่อเฉพาะกลุ่มมากขึ้น
   
                 ต้นปีมีรายงานจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ อ้างผลสำรวจของเอจีบี นีลเส็น ในเดือน สิงหาคม 2554 ถึงการขยายตัวของ "จานรับสัญญาณดาวเทียม" ทั่วประเทศในปี 2550 มีจำนวน 6.4 แสนจาน ปี 2551 จำนวน 1.5 ล้านจาน ปี 2552 จำนวน 4 ล้านจาน ปี 2553 จำนวน 6.3 ล้านจาน และปี 2554 จำนวน 8 ล้านจาน
   
                 ขณะที่ "เคเบิลทีวี" ในประเทศไทย (ไม่รวมทรูวิชั่นส์) ปี 2550 มีจำนวน 1.67 ล้านราย ปี 2551 จำนวน 1.57 ล้านราย ปี 2552 จำนวน 1.96 ล้านราย ปี 2553 จำนวน 2.61 ล้านราย และปี 2554 จำนวน 2.37 ล้านราย หากรวมการขยายตัวของจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ในปี 2550 มีจำนวน 2.6 ล้านครัวเรือน ปี 2551 จำนวน 3.84 ล้านครัวเรือน ปี 2552 จำนวน 6.37 ล้านครัวเรือน ปี 2553 จำนวน 9.33 ล้านครัวเรือน และปี 2554 จำนวน 11 ล้านครัวเรือน
   
                 อัตราการขยายตัวของจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ในปี 2551 อยู่ที่ 13% ปี 2552 อยู่ที่ 19% ปี 2553 อยู่ที่ 31% ปี 2554 อยู่ที่ 44% และปี 2555 คาดว่าจะอยู่ที่ 50% ของจำนวน 20 ครัวเรือนทั่วประเทศไทย หรือประมาณ 11 ล้านครัวเรือน คิดเป็นฐานคนดูมากกว่า 38.5 ล้านคน
   
                 การเติบโตของสื่อใหม่ดังกล่าว คงไม่ปฏิเสธว่า มันมาจากการเมืองภาคประชาชน โดยเริ่มจากการต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตร ที่ใช้ทีวีดาวเทียมเป็นเครื่องมือเผยแพร่แนวความคิดและอุดมการณ์ ต่อมากลุ่ม นปช.ก็ใช้ทีวีดาวเทียมในลักษณะเดียวกัน
   
                 จานดาวเทียมจึงเบ่งบานในต่างจังหวัด รวมถึงในเขตชนบทห่างไกล ส่วนอัตราการขยายตัวของสมาชิกเคเบิลทีวีก็มีมากขึ้นในเขตเมือง เพราะพวกเขาต้องการเสพข่าวสารอย่างที่ใจต้องการนั่นเอง
   
                 พูดตรงๆ วันนี้ ผู้ที่ชื่นชอบ "ยิ่งลักษณ์" พรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช. ก็เลือกที่จะชมทีวีดาวเทียม "เอเชียอัพเดท" เป็นอันดับแรก รองลงมาก็ช่อง "วอยซ์ทีวี" และช่องฟรีทีวีอย่าง "เอ็นบีที"
   
                 ผู้ที่รัก "อภิสิทธิ์" และพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมกดรีโมทไปที่ช่อง "บลูสกาย" รองลงมาก็ช่อง "ที นิวส์"
   
                 ผู้ที่ศรัทธาในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยย่อมช่วยกันสนับสนุน "เอเอสทีวี" อยู่แล้ว รองลงมาก็ช่อง "เอฟเอ็มทีวี" ของกลุ่มสันติอโศก
   
                 สำหรับช่อง "13 สยามไท" ย่อมเป็นช่องทางเลือกของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่มี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน และไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นแกนนำ
   
                 กล่าวได้ว่า นี่เป็น "ลักษณะพิเศษของสื่อทีวีเมืองไทย" ซึ่งนักทฤษฎีสื่อสารมวลชนหลายคนอาจไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของผม และเรียกร้องให้สื่อดังกล่าวเป็นไปตามหลักทฤษฎีที่สอนกันในรั้วมหาวิทยาลัย
   
                 สื่อทีวีเหล่านี้ นับวันจะมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ "สื่อหลัก" หรือ "สื่อรัฐ" มีความน่าเชื่อถือลดน้อยลงในกลุ่มผู้บริโภคข่าวสารจากทีวีทางเลือก มันเป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธ!