เจาะประเด็นร้อน

(ชิ้นใหม่) รายงานหน้า 1 สุญญากาศ

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

(ชิ้นใหม่) รายงานหน้า 1 สุญญากาศ +++++++++++++++ แม้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคของพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ไปแล้ว แต่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่กอดคอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ได้กลายเป็นชนวนแห่งการก่อเกิด "สุญญากาศทางการเมือง" ภายหลังจาก "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รองนายกฯ คนที่ 1 ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน รับหน้าที่ รักษาการนายกฯ โดยอัตโนมัติ ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ "ชวรัตน์" จะเรียกประชุม ครม.รักษาการ เพื่อเลือก นายกฯ รักษาการ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯ คนใหม่ แต่ใช่ว่าหนทางนำไปสู่ นายกฯ นอมินีรุ่น 3 ของ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่กรุยทางไว้ จะราบเรียบเสียทีเดียว "นักสังเกตการณ์การเมือง" มองเห็นประเด็นที่กลายเป็นปมแห่ง "สุญญากาศ" ที่จะล็อกการเมืองไม่ให้ขยับ รวมไปถึงการปรากฏของอำนาจนอกระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่ง "รัฐบาลแห่งชาติ" 1. ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ที่ยังไม่ได้ย้ายพรรค สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้หรือไม่ ? "สุขุมพงศ์ โง่นคำ" อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักฯ ที่เพิ่งพ้นตำแหน่ง เชื่อว่า ส.ส.สามารถเข้าร่วมประชุมและโหวตเลือกนายกฯ ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ที่สังกัดพรรคที่ถูกยุบ ย้ายพรรคได้ภายใน 60 วัน ดังนั้นช่วงก่อน 60 วันแม้ว่าจะยังไม่ได้ย้ายพรรค ความเป็น ส.ส.ของพวกเขาก็ยังสมบูรณ์อยู่ จึงมีสิทธิดำเนินการต่างๆ ได้เหมือนเป็น ส.ส. แต่มีคำถามจาก "นักสังเกตการณ์การเมือง" เช่นกันว่า ความเป็น ส.ส.จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ ส.ส.คนนั้นต้องสังกัดพรรค เมื่อยังไม่ได้สังกัดพรรคก็ไม่น่ามีสิทธิทำหน้าที่ ส.ส.ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ ส.ส.เหล่านี้ ไม่น่ามีสิทธิโหวตนายกฯ ได้ 2. ส.ส.ระบบสัดส่วนสามารถย้ายพรรคได้หรือไม่ ? พรรคพลังประชาชน มั่นใจว่า ส.ส.ระบบสัดส่วน สามารถย้ายพรรคได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องการย้ายพรรคหลังถูกยุบพรรคไว้โดยไม่ได้ระบุว่า เป็น ส.ส.ประเภทใด นั่นย่อมหมายถึง ส.ส.ทั้ง 2 ระบบย้ายพรรคได้ แต่ "เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เห็นว่าไม่น่าจะสามารถทำได้ โดยในส่วน ส.ส.เขต รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ได้ แต่สำหรับ ส.ส.ระบบสัดส่วน ไม่สามารถย้ายได้ เพราะประชาชนที่เลือก ส.ส.ระบบสัดส่วน เป็นการเลือกพรรคไม่ใช่เลือกตัวบุคคล "เจิมศักดิ์" ยกตัวอย่างกรณีของ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะประชาชนเขาเลือกพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย และตอนเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยยังไม่มี แล้วจะให้ ส.ส.ไปอยู่พรรคเพื่อไทยได้อย่างไร เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบแล้วถ้า ส.ส.สัดส่วนจะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หากดำเนินการจริงจะต้องมีการยื่นตีความแน่นอน ขณะที่ "สดศรี สัตยธรรม" ยอมรับว่า มีปัญหาเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส.ระบบสัดส่วน เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องดังกล่าวไว้ จึงเป็นปัญหาที่ กกต.ต้องประชุมเพื่อวินิจฉัย เมื่อมี ส.ส.แจ้งย้ายไปสังกัดพรรคต่อไป 3.รัฐบาลแห่งชาติมีโอกาสเกิดหรือไม่ ? สถานการณ์การเมือง ที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ หลายฝ่ายออกมาเรียกร้อง "รัฐบาลแห่งชาติ" เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ปัญหาสำคัญคือ หนทางที่จะไปสู่รัฐบาลแห่งชาติและดึงคนนอกมาเป็นนายกฯ ได้นั้น จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.เสียก่อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องอาศัยเสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งที่น่าจะสนับสนุนแนวทางนี้ คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี ส.ส.อยู่ 165 คน บวกเสียง ส.ว. ที่นำโดยกลุ่ม 40 ทว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องการเสียงครึ่งหนึ่งของรัฐสภา จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่เหลืออยู่ล่าสุดหลังมีการยุบพรรคคือ 597 คน ครึ่งหนึ่งคือ 299 คน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้ไม่เพียงพอ ทางออกเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินี้ "นักสังเกตการณ์การเมือง" ดูจะเชื่อว่า จะต้องอาศัย "อำนาจนอกระบบ" มาช่วยเหลือเท่านั้น 4. นายกฯ รักษาการมีอำนาจยุบสภาได้หรือไม่ ? พรรคพลังประชาชน รู้ดีว่า ช่วงสุญญากาศก่อนที่จะมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ อาจมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แผนยุบสภา จึงถือเป็นไม้ตายสุดท้ายที่พวกเขา จะนำมาใช้ อำนาจของ นายกฯ รักษาการ จะยุบสภาได้หรือไม่ เคยมีการถกเถียงกันมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนที่ "สมชาย" เป็นนายกฯ รักษาการ ซึ่งครั้งนั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยบอกว่าสามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดห้ามเอาไว้ เพียงแต่ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน แน่นอนว่า ยังมีกลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีการยุบสภาเกิดขึ้น และเห็นว่านายกฯ รักษาการไม่มีอำนาจนี้ จะเดินหน้าขัดขวางอย่างถึงที่สุด เชื่อกันว่าก่อนที่ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม จะกอดคอจัดตั้งรัฐบาล และได้นายกฯ คนใหม่ จะมีความเคลื่อนไหวเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประเด็นร้อนนี้ กันอีกครั้ง
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง