
ปีเขย่าบัลลังก์ผู้นำโลก
ปีเขย่าบัลลังก์ผู้นำโลก :บทบรรณาธิการ ประจำวันที่ 6 ม.ค.2555
ปีนี้โลกจะถึงกาลอวสานหรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าดูกันต่อไปด้วยความไม่ประมาท หลังเกิดปรากฏการณ์ที่ยังหาคำตอบไม่ได้กรณีฝูงปลาเฮอร์ริ่งกว่า 20 ตันเกิดตายหมู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ไล่เลี่ยกับช่วงที่นกแบล็กเบิร์ดกว่า 200 ตัวตกลงมาตายเกลื่อนตามท้องถนนในรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา นับเป็นการตายหมู่ซ้ำรอยปีที่แล้วก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่นในอีกไม่กี่เดือนถัดมา
นอกจากจะไม่ประมาทกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้แล้ว ประเทศไทยก็ควรจะไม่ประมาทกับกระแสการเมืองโลกที่กำลังจะมีการไหวตัวครั้งใหญ่อย่างแทบไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะในประเทศมหาอำนาจทั้งสหรัฐ รัสเซีย สหภาพยุโรป (อียู) และจีน ที่อาจมีการเปลี่ยนโฉมหน้าผู้นำคนใหม่อย่างพลิกความคาดหมาย
โดยรัสเซียจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่านายวลาดิมีร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีจะได้รับเลือกกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 หรือไม่ หลังประชาชนหลายหมื่นคนได้รวมพลังครั้งใหญ่กดดันให้นายปูตินถอดหัวโขนทิ้งเสียทีเพราะสุดแสนจะเบื่อหน่ายที่ยึดกุมอำนาจมายาวนานเกือบ 12 ปีแล้ว
ส่วนสหรัฐก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงการสรรหาตัวแทนพรรครีพับลิกันที่จะไปสู้ศึกชิงทำเนียบขาวกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งพรรคเดโมแครต ที่คะแนนนิยมมีแต่ลดลงตามลำดับอันเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจรัดคอ จนต้องหาคะแนนเสียงเพิ่มจากกลุ่มรักร่วมเพศ นอกเหนือเอาใจกลุ่มต่อต้านสงครามด้วยการเร่งถอนทหารออกจากอิรัก
กลุ่มสหภาพยุโรปเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามองว่าหลายประเทศภาคีสมาชิกอาจจะมีการปรับเปลี่ยนผู้นำใหม่ ถ้าหากไม่สามารถคลี่คลายวิกฤติหนี้ยุโรปและรักษาค่าเงินยูโรเอาไว้ให้ได้ จนประชาชนในหลายประเทศสุดจะอดกลั้นลุกฮือก่อจลาจลบีบให้ผู้นำลาออกเหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้วที่กรีซและอิตาลี
ส่วนที่จีนเองก็จะครบวาระที่นายหู จิ่นเทาจะต้องวางมือจากการเมือง เปิดทางให้นายสี จิ้น ผิงขึ้นมารั้งตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปลายปีนี้ก่อนจะขึ้นไปควบตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในต้นปีหน้า
พม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกประเทศหนึ่งที่ไทยไม่ควรจะมองข้าม เพราะขณะนี้ถนนทุกสายเริ่มมุ่งหน้าไปที่กรุงเนปิดอว์อย่างไม่ขาดสายนับตั้งแต่ประธานาธิบดีเต็ง เส่งประกาศปฏิรูปการเมืองและเปิดประตูประเทศให้กว้างขึ้น กระทั่งนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐต้องเดินทางไปสำรวจลู่ทางใหม่เป็นรายแรกตามด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นและอังกฤษตามลำดับ
ปี 2555 จึงเป็นปีที่ไทยควรจะเร่งไล่ตามสถานการณ์โลกให้ทันก่อนจะสายเกินการณ์



