คอลัมนิสต์

เก่าไปใหม่มาที่ตลาดนัดจตุจักร

เก่าไปใหม่มาที่ตลาดนัดจตุจักร

05 ม.ค. 2555

เก่าไปใหม่มาที่ตลาดนัดจตุจักร : ขยายปมร้อน โดยโต๊ะการเมือง

             ไปๆ มาๆ เรื่องราวของตลาดนัดจตุจักร ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาเช่าระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับการรถไฟแห่งประเทศไทยกลายเป็นเรื่องที่ยากในการอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจได้ว่า ตกลงที่ไม่ให้ กทม.ต่อสัญญานั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่
   
             ยิ่งได้ฟังการตอบคำถามของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ก็ยิ่งมึนงงสงสัยว่าเหตุผลที่เอาตลาดคืนมาให้การรถไฟบริหารเองนั้น เพราะก่อนนี้ได้ผลประโยชน์น้อยเกินไป หรือเรื่องการเมือง หรือเพราะพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน หรือเพราะชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของไม่พอใจ
   
             แค่เรื่องมาเฟียที่เล่าลือ และเป็นข่าวมานานกระทั่งเปลี่ยนมือจาก กทม.กลายมาเป็นการรถไฟ "มาเฟีย" ก็ยังคงตกเป็นข่าว แต่ระดับ พล.ต.ท.ชัจจ์ กลับบอกว่า ขอเช็กก่อนว่าเป็นคนของตนไปทำเสียเองหรือไม่ ทั้งที่แค่ยกหูถามก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ก็ในเมื่อส่งคนของตนเองไปเช็กข่าวในจตุจักรจนรู้เส้นสนกลในทะลุปรุโปร่ง
   
             สิ่งที่พอจะทำให้พ่อค้าแม่ค้าพอจะอุ่นใจได้เล็กน้อยก็คือ พล.ต.ท.ชัจจ์ยืนยันว่า ถ้าเป็นคนของตนจะไล่ออก
   
             แต่บอกแค่ว่าจะไล่ออก ไม่ดำเนินคดี ไม่มีการพูดว่า ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแลการรถไฟจะรับผิดชอบอย่างไร และไม่ได้บอกว่า หากคนของรัฐมนตรีไปทำตัวเป็นมาเฟียไปอ้างชื่อรีดไถเงินพ่อค้าแม่ค้า ในฐานะรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร พ่อค้าแม่ค้า ก็คงจะไม่เลิกนอนสะดุ้ง
   
             ไล่มาเฟียเก่า แล้วมาเฟียใหม่จะมาแทนที่หรือเปล่า ?
   
             นอกจากประเด็นมาเฟียแล้ว พล.ต.ท.ชัจจ์ยังยอมรับว่า ที่เอาจตุจักรคืนไม่ใช่เพราะเรื่องการเมืองหากแต่เป็นเรื่องของการสิ้นสุดสัญญา
   
             เป็นเรื่องฮาจริงๆ หากเหตุผลมีเพียงเท่านี้
   
             เพราะก่อนหน้านี้ กทม.พยายามพูด พยายามเจรจาว่า มีเงื่อนไขข้อเสนออะไรที่การรถไฟอยากได้ แต่การรถไฟกลับยืนกรานจะเอาตลาดนัดจตุจักรคืนลูกเดียว
   
             แต่ที่ พล.ต.ท.ชัจจ์บอกเหตุผล กลับเป็นเรื่องที่ว่า สิ้นสุดสัญญา
   
             แล้วก็ยิ่งฮาเข้าไปอีก เมื่อบอกว่า เรื่องรายได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่การรถไฟอยากได้จากการทำธุรกิจเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดนัดจตุจักร
   
             มองในแง่มุมหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีที่ออกตัวแรงกันตั้งแต่ต้น เพราะสิ่งที่การรถไฟทำมาทั้งหมดนั้นยังไม่ค่อยเจอว่าทำอะไรไปแล้วมีกำไรเป็นกอบเป็นกำ
   
             แม้กระทั่งการให้เช่าที่ดินของการรถไฟทั่วประเทศ ถามว่า ที่เก็บค่าเช่ากันอยู่รายวันรายเดือนนั้น เก็บจริงเท่าไหร่ แล้วเข้าการรถไฟเท่าไหร่
   
             แต่รัฐมนตรีมาบอกว่า เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้ามองในมุมของ กทม.แล้วการตอบเช่นนี้มันเหมือนกับเอาเท้าไปขยี้หัวใจกันชัดๆ
   
             ยิ่งไปบอกว่า ความสะอาดจะดีขึ้นกว่ายุค กทม.ดูแล ถนนหนทางจะดีกว่า ดูจะเป็นความเสี่ยงของ พล.ต.ท.ชัจจ์ ที่ไปสัญญาในเรื่องอย่างนี้
   
             โบกี้รถไฟหลายโบกี้ หลายขบวนก็เพิ่งพ่นยาไล่เรือดไล่ริ้นไปไม่นานนี่ไม่ใช่หรือ
   
             แล้วตลาดนัดจตุจักรที่มีเกือบ 70 ไร่ ทั้งหลากหลาย ทั้งซับซ้อน มันจะไปรอดหรือ
   
             ถ้าคิดว่าเข้ามาแล้วทำเพียงแค่ความสะอาด หาที่ให้คนพิการได้ค้าขาย ไม่น่าจะสมกับวิสัยทัศน์ระดับรัฐมนตรี
   
             แต่ถ้าบอกว่า จะเข้ามาล้างมาเฟีย รีดไถแม่ค้า จัดระบบ ระเบียบแผงเช่า และประเภทสินค้า ส่งเสริมโอท็อปจากท้องถิ่นให้มีที่มีทางนำสินค้ามาขาย อันนี้คงมีคนยกสองแขนเชียร์เต็มที่
   
             ถ้าบอกว่าจะ เลิกสัญญาสัมปทานแผงเช่าชนิด 7 ชั่วโคตร ผูกขาดกันยาว ชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ยอมเปิดโอกาสให้คนอื่นเขาได้ทำมาหากินบ้าง บางคนมีเส้นมีสายก็ลงชื่อจองกัน 5 แผง 10 แผง แล้วก็เซ้งต่อ หรือไม่ก็ให้เช่าต่อ ที่ผ่านมาก็ได้ตัวเล็กตัวน้อยในนั้นคอยเก็บค่าเช่าส่งไปให้เจ้าของแผงตัวจริงที่นอนตีพุงอยู่บ้านต่างจังหวัด ตรงนี้คงมีคนหอบดอกไม้ไปให้กันเลยทีเดียว
   
             ถ้าพล.ต.ท.ชัจจ์ พูดให้ชัดเจนอย่างที่ว่า ก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนในการที่ การรถไฟจะเข้าไปบริหารตลาดนัดจตุจักร
   
             น่าสนับสนุนให้การรถไฟล้วงเอามาจากอ้อมอกของ กทม.มาบริหารจัดการ เพื่อขจัดสิ่งที่หมักหมมให้หมด
   
             พล.ต.ท.ชัจจ์ อาจตั้งใจจริงที่จะทำ ซึ่งชาวบ้านที่ยังไม่เชื่อความเอาจริงเอาจัง ก็ขอให้ย้อนกลับไปดูเรื่องศพ 160 กว่าศพที่มูลนิธิเอาไปฝากไว้ที่วัดแถว จ.ระยอง นั่นก็ได้...ทั้งที่เป็น รมช.คมนาคม
   
             แต่ที่น่าเป็นห่วงก็การรถไฟนี่แหละสุดท้ายแล้วจะเละเสียยิ่งกว่า กทม.คุมหรือเปล่า เพราะแค่ส่งมอบพื้นที่ให้ มาเฟียก็เดินเข้ามาจนฝุ่นตลบกันแล้ว
   
             ส่วนจะเป็นขาใหญ่คนเก่าแตะมือกับขาใหญ่คนใหม่หรือไม่ พล.ต.ท.ชัจจ์ย่อมต้องรู้

............

(หมายเหตุ : เก่าไปใหม่มาที่ตลาดนัดจตุจักร : ขยายปมร้อน โดยโต๊ะการเมือง)