คอลัมนิสต์

เปิดภารกิจใหญ่'กกต.-ศาลรธน.'

เปิดภารกิจใหญ่'กกต.-ศาลรธน.'

03 ม.ค. 2555

เปิดภารกิจ'กกต.-ศาลรธน.'เรื่องใหญ่รอคอยอยู่ข้างหน้า : ขยายปมร้อน โดย ประภาศรี โอสถานนท์

                  ผ่านพ้นปี 54 กระต่าย กำลังสู่ปี 2555 ปีมังกรทอง ซึ่งบรรดาโหรชื่อดังสำนักต่างๆ ก็ทำนายดวงบ้านเมืองในปีมังกรทองไปในทิศทางเดียวกัน ที่ประเทศไทยจะเจอวิกฤติหลากหลาย เป็นคำทำนายที่สร้างความหวั่นไหวให้แก่ทุกฝ่าย ในขณะที่การเมืองยังเป็นที่จับตาของคอการเมือง โดยในปี 2554 ประเทศเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่ง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นั่งแท่น “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย“
   
               แต่ความวุ่นวายทางการเมืองยังคงคุกรุ่น หลังเลือกตั้ง 5 เสือ กกต.ยังต้องรับหน้าเสื่อ จัดการคดีที่ยังค้างคา หลังชงคดีใหญ่ "จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำคนเสื้อแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสมาชิกภาพ ส.ส.
   
               ยังมี 468 เรื่องที่ค้างอยู่ในมือของ กกต. ซึ่งเป็นคดีการร้องเรียนการเลือกตั้ง ที่ 5 เสือ กกต.จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 1 ปีตามที่กฎหมายกำหนด โดยทั้งหมดอยู่ในชั้นการพิจารณาของอนุกรรมการไต่สวน ซึ่ง อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ยอมรับว่า คงไม่สามารถส่งให้ศาลพิจารณาทั้งหมดได้ เนื่องจากบางคดีอาจยกคำร้อง โดยเชื่อว่าน่าจะเหลือคดีที่จะพิจารณาไม่ถึงครึ่ง
   
               ขณะเดียวกันยังคงมีคดีการร้องเรียนเรื่องการสรรหา ส.ว.ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
   
               คดีใหญ่ที่เป็นที่น่าจับตาคือเรื่องการยุบพรรคการเมืองก็ยังอยู่ชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยส่วนใหญ่เป็นคำร้องที่ยื่นเข้ามายังกกต.จากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เช่นกรณีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยขอให้กกต.ยุบพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล กรณีให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้ามามีบทบาทเสมือนหนึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง
   
               ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็ยังมีเรื่องร้องยุบพรรคจากกรณี ถูกร้องว่าให้ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้านพรรคเพื่อไทยเองก็ยังมีกรณีที่ถูกร้องว่านำพ.ต.ท.ทักษิณ มารณรงค์ขึ้นป้ายหาเสียง "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" ติดป้ายหาเสียงทั่วประเทศและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ นำไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ ถือได้ว่า เป็นคดีที่น่าจับตา เพราะอาจเป็นชนวนให้เกิดคความขัดแย้งรอบใหม่ได้
   
               นอกเหนือจากคดีต่างๆ ที่ยังค้างการพิจารณาของ กกต. ในปี 2555 กกต.ยังมีภารกิจใหญ่คือ การจัดการเลือกตั้งใหญ่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ซึ่งมีกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ
   
               แต่ยังไม่เริ่มเลือกตั้ง กลิ่นอายความรุนแรงส่อเค้าขึ้นหลังนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร หรือ “นายกตุ่น” ถูกคนร้ายจ่อยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือน 5 เสือ กกต.ว่า การเลือกตั้ง อปท.อาจไม่ราบรื่นอย่างที่ต้องการ
   
               ภารกิจที่อาจจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้าได้อีกหากฝ่ายการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และทำประชามติ ซึ่งก็เป็นหน้าที่หลักของกกต.อีกงานหนึ่ง แต่ทาง กกต.ก็ยืนยันถึงความพร้อมในการจัดการลงประชามติเพราะเคยผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง
   
               ข้ามฝั่งมายังศาลรัฐธรรมนูญ ที่ห้วงปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤติศรัทธาอย่างหนักในการพิจารณาวินิจฉัยคดีต่างๆ โดยเฉพาะกรณี นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการ นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น กรณีคลิปลับการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไปเผยแพร่จนเกิดความเสื่อมเสียต่อองค์กร จนทำให้ ”นายชัช” ต้องลาออกจากตำแหน่ง และมีการเลือก วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ขึ้นเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่
   
               งานหนักในปีหน้าของศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องเจอแน่ๆ ใน 2 คดีใหญ่ นั่นก็คือ คดี จตุพร พรหมพันธุ์ ที่จะต้องวินิจฉัยว่า สิ้นสภาพความเป็น ส.ส.หรือไม่ ซึ่งการพิจารณาคดีคงจะถูกกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างแน่นนอน
   
               นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกกกต.ให้ใบแดง เนื่องจากทุจริตการเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครราชสีมา เขต 6 (เดิม) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2553 ซึ่งขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหากศาลฎีกาฯ มีมติตาม กกต.ชะตากรรมของพรรคภูมิใจไทยคงจะมืดมน
   
               จากสถิติการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะสิ้นสุดปี พ.ศ. 2554 ประกอบไปด้วยการเร่งรัดดำเนินคดีในความรับผิดชอบซึ่งมีอยู่ 60 เรื่อง ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่า ภายในสิ้นปีนี้จะรีบพิจารณาคดีที่ตกค้างมาตั้งแต่ปี 2552 ให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้ยอดคดีค้างในศาลรัฐธรรมนูญเหลือน้อยกว่า 40 เรื่อง ส่วนเป้าหมายในปี 2555 นั้น จะเร่งสะสางสำนวนในปี 2553-2554 ให้เสร็จสิ้น
   
               อย่างไรก็ตามคดีที่สำคัญๆ ค้างการพิจารณาพบว่า ยังมีคดีที่คนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยศาลจังหวัดชลบุรีส่งเรื่องมา มี "พ.ต.ท.ไวพจน์อาภรณ์รัตน์" หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงคนใกล้ชิด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นจำเลย และยังมีคดีที่จะรอชี้ขาด
   
               นี่คือ ภารกิจหลักของ 2 องค์กรอิสระอย่าง กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องจัดการในปี 2555

..........

(หมายเหตุ : เปิดภารกิจ "กกต.-ศาลรธน."  เรื่องใหญ่รอคอยอยู่ข้างหน้า : ขยายปมร้อน โดย ประภาศรี โอสถานนท์)