
3เหล่าทัพแบ่งโซนเฝ้าจุดเสี่ยงรับมือปีใหม่
รับมือ'เซอร์ไพรส์'ปีใหม่ 3 เหล่าทัพแบ่งโซนเฝ้าจุดเสี่ยง : ตะลุยกองทัพ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์
"พื้นที่ปกติ-พื้นที่ชุมชน-พื้นที่สัญลักษณ์” ถือเป็นโซนพื้นที่ที่ “กองทัพ” ให้ความสนใจเป็นพิเศษอันดับ 1 ในการจัดกำลังเข้าไปร่วมสนับสนุนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงรอยต่อคืนส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ปี 2555 เพราะไม่มั่นใจกับสถานการณ์บ้านเมืองที่มักจะเกิด “เซอร์ไพรส์” ความรุนแรงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะวัตถุระเบิด ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะเจ้ากระทรวงความมั่นคง จึงไม่รีรอได้สั่งการ "ผบ.เหล่าทัพ" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ จัดเตรียมกำลังเพื่อสนับสนุนภารกิจในการดูแลรักษาความปลอดภัย 50 เขตในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหาตลอด 24 ชั่วโมง
โดยกองทัพบกรับผิดชอบพื้นที่โซนชั้นใน กทม. กองทัพเรือรับผิดชอบพื้นที่โซนฝั่งธนบุรี และกองทัพอากาศรับผิดชอบพื้นที่โซนสายไหม-ดอนเมือง ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 จัดเตรียมกำลังพลในการสนับสนุนภารกิจดังกล่าวทันที จำนวน 5 กองร้อย หลังจากได้ยินเสียง “นกหวีด”
พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้สั่งให้เตรียมอากาศยาน ที่จะต้องเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ 2 ส่วน คือส่วนแรก คือ การแก้ปัญหาตามสถานการณ์ เช่น ไฟไหม้ อีกส่วนหนึ่งคือเตรียมสนับสนุนรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรีในการสัญจรไปมา ถ้าหากมีความจำเป็น นอกจากนี้จะต้องมี ผบ.เหตุการณ์ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย และเหล่าทัพ
"พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร" แม่ทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 1 ได้รับมอบหมายให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ และเพิ่มความเข้มงวดตามสถานที่ตั้งของหน่วย และสถานที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่สัญลักษณ์สำคัญๆ ของบ้านเมือง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นหน่วยงานหลัก กองทัพภาคที่ 1 ได้จัดกำลังเตรียมสนับสนุนตามความจำเป็นของสถานการณ์ เมื่อได้รับการประสาน เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย
แม่ทัพภาคที่ 1 บอกด้วยว่า ได้กำหนดการประสาน และขอความร่วมมือกับเครือข่ายประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังพื้นที่ล่อแหลม และแจ้งเตือนสิ่งผิดปกติแก่เจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดเตรียมกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงรอยต่อเทศกาลปีใหม่
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กำลังส่วนที่ 1 จัดกำลังสารวัตรทหาร (สห.) จาก 3 เหล่าทัพจำนวน 250 นาย (กรุงเทพฯ 200 นาย ต่างจังหวัด 50 นาย) และจัดกำลัง 5 กองร้อย พร้อมทั้งหน่วยที่มาขึ้นควบคุมทางยุทธการ เช่น ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดสุนัขตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ เป็นต้น โดยมีกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) รับผิดชอบควบคุมการปฏิบัติเป็นส่วนรวมในพื้นที่กรุงเทพฯ
ในส่วนกำลังสารวัตรทหารจาก 3 เหล่าทัพ จะแบ่งเป็นสัดส่วนคือ กองทัพบก 2 กองทัพเรือ 1 และกองทัพอากาศ 1 จะสนับสนุนการปฏิบัติงานตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอ โดยในพื้นที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จำนวน 60 นาย พื้นที่ท้องสนามหลวง จำนวน 40 นาย และเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงในกรุงเทพฯ จำนวน 100 นาย
สำหรับกำลังส่วนที่ 2 เป็นกำลังส่วนที่จัดจากกองพลทหารที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร. 9) มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และจังหวัดทหารบกต่างๆ รวมทั้งกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) ที่เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เมื่อสั่งใช้กำลัง ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 จะควบคุม และอำนวยการปฏิบัติในภาพรวม โดยในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพฯ จะใช้หน่วยจัดกำลัง และควบคุมการปฏิบัติในพื้นที่เช่นเดียวกันกับในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา
ทั้งนี้ในห้วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่นี้อาจเป็นช่องว่างให้ผู้ที่ถือโอกาสลักลอบกระทำสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้นโยบายและสั่งการให้หน่วยต่างๆ ที่รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวชายแดนเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบขนสินค้าตามแนวชายแดนทั้งนี้รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติด การสกัดกั้น จับกุมแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การป้องกันและจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
พล.ท.อุดมเดชบอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอีกจำนวน 50 นาย (จาก 250 นายนั้น) ให้เป็นกำลังเตรียมพร้อมในที่ตั้ง สามารถสนับสนุนในพื้นที่ 25 จังหวัดภาคกลางได้ทันที เมื่อสั่งการ ในส่วนกำลังส่วนที่ 2 พร้อมปฏิบัติต่อ 1 เขต หรือ 1 จังหวัด ในพื้นที่ 50 เขตกรุงเทพฯ และ 25 จังหวัดภาคกลาง โดยใช้กำลัง 1 หมวดภายใน 4 ชั่วโมงและเพิ่มเติมกำลังเป็น 1 กองร้อยภายใน 8 ชั่วโมง เมื่อสั่งการเช่นกัน โดยจัดเตรียมกำลังพล และยุทโธปกรณ์เป็นชุดเผชิญเหตุพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจได้ทันทีที่ได้รับคำสั่ง
พล.ท.อุดมเดชกล่าวต่อว่า ยังได้กำหนดมาตรการในการป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้ทุกหน่วยประสานงานกับหน่วยราชการ และภาคเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบ ในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ตั้งหน่วย ใช้ระบบเวรยามและกล้องวงจรปิดของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเฝ้าตรวจในพื้นที่ล่อแหลมในพื้นที่สาธารณะใกล้เคียง
สำหรับพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สัญลักษณ์ที่สำคัญที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลักนั้น กองทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามความจำเป็นของสถานการณ์พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ 12 พื้นที่ที่ สห.จำนวน 100 นาย ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แก่ พระตำหนักจิตรลดาฯ ถ.ข้าวสาร อนุสาวรีย์ชัยฯ ซอยรางน้ำ แยกสี่เสาเทเวศร์ ขนส่งหมอชิต คลังน้ำมันบางจาก สยามพารากอน หัวลำโพง พระบรมมหาราชวัง สายใต้ใหม่ ท่าน้ำศิริราช
.......................
(หมายเหตุ : รับมือ'เซอร์ไพรส์'ปีใหม่ 3 เหล่าทัพแบ่งโซนเฝ้าจุดเสี่ยง : ตะลุยกองทัพ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์)



