
'ยงยุทธ-พระนาย'ความเหมือนที่แตกต่าง!
'ยงยุทธ-พระนาย' ความเหมือนที่แตกต่าง! : ขยายปมร้อน โดย 'วัฒนา ค้ำชู-สมถวิล เทพสวัสดิ์'
ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วสำหรับการแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายบริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เสนอจำนวน 20 ตำแหน่งในสมัยของ “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” "รองนายกรัฐมนตรี" ในฐานะเสนาบดีใหญ่ "รมว.มหาดไทย"
ถือเป็นการแต่งตั้งข้าราชการครั้งแรกหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง 4 เดือน โดยมี "ปลัดกระทรวงคู่ใจ" อย่าง “พระนาย สุวรรณรัฐ” สำเร็จ "คณะนิติศาสตร์" จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็น "สิงห์ไม่มีสี"
สำหรับ "ยงยุทธ" ในปีนี้สื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งฉายา "ทักษิโด้โชว์ห่วย" โดยบอกเหตุผลว่าเป็นถึงแคนดิเดต "นายกรัฐมนตรี" เพราะครองเก้าอี้ "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" มายาวนาน เพื่อรอให้เจ้าของพรรคตัวจริงได้กลับมาบริหาร
เมื่อก่อนเคยถามความในใจจะอยู่ทำไมให้ "เปลืองตัว" แต่ "ยงยุทธ" ตอบว่า "ถ้าเขายังลำบากผมทิ้งไปตอนนี้ก็ถือว่าเนรคุณ เพราะในอดีตเคยให้ช่วยเหลือ ตราบใดถ้าเขายังลอยคออยู่กลางทะเลยังทิ้งเขาไปไม่ได้"
จึงไม่ต้องแปลกใจว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะไม่มีชื่อ "ยงยุทธ" เป็นเสนาบดีอยู่
และหากดูที่มาที่ไปการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น "เด็กนาย" มีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน เช่น "นิมิต จันทน์วิมล" รองผู้ว่าฯ นครปฐม ครั้งนี้ขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ นครปฐม ได้รับแรงหนุนจาก "เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช" อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีต รมช.มหาดไทย ในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ, "ธานินทร์ สุภาแสน" รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ เชียงราย ถูกมองว่าเป็นคนใกล้สนิทสนม "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ, "พิศาล ทองเลิศ" รองผู้ว่าฯ สงขลา ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ สตูล มี "อารี ไกรนรา" เลขานุการ รมว.มหาดไทย ให้การสนับสนุน
ประวัติ ถีถะแก้ว รองผู้ว่าฯ ยโสธร เป็นผู้ว่าฯ ยโสธร ได้รับการสนับสนุนจาก "พีรพันธุ์ พาลุสุข" ส.ส.ในพื้นที่, "บุญเชิด คิดเห็น" รองอธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ว่าฯ ลำปาง สนิทสนมกับ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี
โดยรายชื่อทั้งหมดแว่วมาว่าผ่านความเห็นชอบจาก "นายใหญ่" เป็นที่เรียบร้อย !
จากรายชื่อเห็นว่า "แรงดัน" จากคนนอกกระทรวงจะมีมากและปกปิดรายชื่อก่อนนำเข้าที่ประชุม ถือเป็นชั้นความลับ ถือเป็นการ "จัดโผ" ที่เงียบมาก
โดยเฉพาะ "ยงยุทธ" ในฐานะ "รมว.มหาดไทย" ถือเป็นคนประนีประนอมสุภาพ
ฉายา "ทักษิโด้โชว์ห่วย" ที่สื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ ได้มาจากประวัติการทำงานที่เป็นถึง "อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย" เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล "ยงยุทธ" จึงถูกวางตัวให้รับตำแหน่งสำคัญในฐานะ "รมว.มหาดไทย" เพื่อตอบแทนความภักดีที่คอยดูแลพรรคในช่วงเวลาที่ตกต่ำสุดขีด
นอกจากการเป็นผู้ที่แต่งกายและมีบุคลิกดีคล้ายผู้ชายใส่ “ทักซิโด้” เมื่อถึงเวลาแสดงผลงานกลับสอบตก “โชว์ห่วย” จนมีเสียงเรียกร้องภายในพรรคให้ปรับออกจากตำแหน่งคำว่า “ทักษิโด้” ในที่นี้ยังเป็นการล้อจากชื่อของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ผู้อยู่เบื้องหลังของการได้มาซึ่งตำแหน่งของ "ยงยุทธ" ด้วย
การนั่งเก้าอี้เสนาบดีของ "ยงยุทธ" ครั้งนี้ถือว่าได้รับการปูนบำเหน็จเป็น “สิงห์ดำ” จบ "รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงมหาดไทย" ตัวจริงเพียง 7 วันก่อนเกษียณอายุราชการ โดยก่อนหน้านั้นเป็นเพียง "รองปลัด" รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยเกือบ 9 เดือน
จนกระทั่งได้นั่ง "ปลัดมหาดไทย" ตัวจริงในยุคของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรี และนี่เป็นเป็นเหตุให้ "ยงยุทธ" ทิ้ง "ทักษิณ" ไม่ลง ถือเป็นบุญคุณที่ "ยงยุทธ" บอกว่า ทดแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด?
แต่ถ้าถามการบริหารงานในกระทรวงมหาดไทยในฐานะ "เสนาบดี" มีต้องบรรดาข้าราชการส่วนใหญ่ให้การเคารพนับถือ "ยงยุทธ" เพราะทำงานให้เกียรติข้าราชการไม่หักหาญน้ำใจ มีความเข้าอกเข้าใจลูกน้องใต้ปกครองเป็นอย่างดี ต่างจากหลักการเมืองทั่วไปที่มัก "ทุบโต๊ะ"
ขณะที่ "พระนาย" เป็นเบอร์หนึ่ง "ฝ่ายข้าราชการประจำ" ในตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงมหาดไทย”
ไม่เกินความคาดหมาย “ยงยุทธ” ตั้ง “พระนาย”เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในยุคที่ “ยงยุทธ” หวนกลับมานั่งเก้าอี้ "รมว.มหาดไทย" อีกครั้ง คงไม่แปลกที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อแก้ภาพลักษณ์ในอดีตที่ถูกตีตราว่า พรรคเพื่อไทยเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกมองว่าไม่จงรักภักดี
การแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ "พระนาย" ยึดหลัก "อาวุโส" ไม่เหมือนอดีตที่เน้นความสามารถ และพวกพ้อง สถาบันการศึกษาเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้ก็ถือว่า "สิงห์ทอง" ได้รับการผลักดันจาก "อารี ไกรนรา" และกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงหลายตำแหน่ง
ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้มีหารือร่วมกันระหว่าง "ยงยุทธ-พระนาย" ก่อนการจัดวางตำแหน่ง ถือว่าเป็นการให้เกียรติข้าราชการ
ความเหมือนทั้งคู่คือการทำงานสไตล์ "ประนีประนอม" ในมุมของ "พระนาย" ในฐานะข้าราชการถือเป็นเรื่องดี
แต่ในมุมการเมืองสำหรับ "ยงยุทธ" อาจถูกมองว่า "ขาดความเด็ดขาด" โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค-รองนายกรัฐมนตรี-รมว.มหาดไทย" ควรจะมีความเด็ดเดี่ยวอยู่ในตัว
แต่ "จุดด้อย" ของ "ยงยุทธ" กลับถูกมองเป็น "จุดเด่น" เมื่อยืนต่อสู้เคียงข้างกับ "ทักษิณ" ในยามที่ไว้ใจใครไม่ได้ ที่ผ่านมาบุคลิก “ยงยุทธ” ยอมงอมากกว่ายอมหัก ขนาดคนในพรรคโขกสับก็ยังอดทน
แต่สำหรับ "พระนาย" แม้ดูเป็นคนประนีประนอมในยามทำงาน แต่เมื่อยามเห็นต่างยอมหักไม่ยอมงอ!
นี่คือความเหมือนที่แตกต่างระหว่าง “พระนาย-ยงยุทธ”
....................
(หมายเหตุ : 'ยงยุทธ-พระนาย' ความเหมือนที่แตกต่าง! : ขยายปมร้อน โดย 'วัฒนา ค้ำชู-สมถวิล เทพสวัสดิ์')



