เจาะประเด็นร้อน

หน้า1 อี5/ ม็อบพันธมิตร ((ปรู๊พตัวเล็ก))

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

หน้า1 อี5/ ม็อบพันธมิตร ((ปรู๊พตัวเล็ก)) พันธมิตรประกาศชัยชนะ-สั่งเลิกชุมนุมทุกจุด 3 ธ.ค. ขู่หากรัฐบาลใหม่เป็นนอมินีแม้ว-แก้ไข รธน. จะกลับมาอีก "เสื้อแดง" ไม่หยุดนัดชุมนุมหน้าสภา 8-9 ธ.ค. ด้านคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ลุยตรวจทำเนียบเจออาวุธเพียบ ขณะที่ ทอท.ยันสุวรรณภูมิเปิด 4 ธ.ค.นี้ ...... หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปักหลักชุมนุมอย่างยาวนานถึง 192 วัน เพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องถึงยุคของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เริ่มจากการยึดพื้นที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก ก่อนขยายวงการชุมนุมเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล แล้วเคลื่อนพลเข้ายึดสนามบินหลักของประเทศ 2 แห่งคือ สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง การต่อสู้กว่า 6 เดือน ของกลุ่มพันธมิตรภายใต้สัญลักษณ์ "สีเหลือง" และวลี "กู้ชาติ" ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น ที่น่าสลดใจคือ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณรัฐสภาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 คน สูญเสียอวัยวะและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทว่านั้นไม่ใช่ครั้งสุดท้ายพันธมิตรต้องเผชิญกับมือมืดซุ่มโจมตีด้วยอาวุธสงครามหลายครั้ง และทุกครั้งถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ ล่าสุด ในช่วงค่ำวันที่ 2 ธันวาคม แกนนำพันธมิตร ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น และออกแถลงการณ์ฉบับที่ 27/2551 โดยนายสนธิ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ มีเนื้อหาว่า การชุมนุมใหญ่ของพันธมิตร 192 วันที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและขับไล่รัฐบาล และจากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ (2 ธ.ค.) แสดงให้เห็นว่า การได้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา ไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ และเป็นบทพิสูจน์แสดงให้เห็นว่า พันธมิตรต่อสู้โดยถูกต้องและชอบธรรม โดยพันธมิตรบรรลุเงื่อนไขทั้ง 2 ประการ คือ 1.ได้รับชัยชนะในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และ 2.ได้รับชัยชนะในการขับไล่รัฐบาล พันธมิตรจึงขอประกาศการได้รับชัยชนะวันนี้ว่า เป็นชัยชนะของประชาชนและพันธมิตรขอประกาศยุติการชุมนุม ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ พันธมิตรถือว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสุญญากาศ ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศ จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายใดก็ตามที่จะเข้าสู่อำนาจ หาทางออกให้ประเทศ อย่าสร้างเงื่อนไขที่จะก่อวิกฤติทางการเมืองและขอหยุดยั้ง อย่าให้มีนายกฯ และรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ ขอให้สะสางความผิดนักการเมืองในระบอบทักษิณ และขอให้ร่วมกับประชาชนสร้างการเมืองใหม่ เพื่อปฏิรูปการเมืองและขอประกาศเจตนารมณ์ว่า หากรัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบทักษิณกลับมาอีก หรือมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือออกกฎหมาย เพื่อฟอกความผิดให้แก่คนในระบอบทักษิณเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ พันธมิตรก็จะกลับมาอีก และหลังจากนี้ไป หากรัฐบาลชุดใดก็ตามที่เข้ามาบริหารประเทศ แต่ไม่มีความจริงใจในการปฏิรูปการเมือง พันธมิตรก็จะกลับมาอีกทันทีเช่นกัน พล.ต.จำลองกล่าวว่า เชื่อว่า 6 พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล จะไม่สามารถจับมือตั้งรัฐบาลได้ เพราะไม่มีความชอบธรรม และหาก 3 พรรคยังจัดตั้งรัฐบาล ก็จะเกิดวิกฤติอีกครั้ง ค้นทำเนียบเจออาวุธเพียบ ส่วนความเคลื่อนไหวภายหลัง พล.ต.จำลอง สั่งให้ผู้ชุมนุมย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อเดินทางไปสมทบกลุ่มพันธมิตรที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ในช่วงเช้าวันที่ 2 ธันวาคม พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่พันธมิตรร้องขอให้เข้ามาตรวจสอบความเสียหายจะเดินทางถึง โดย พล.ต.ต.อนันต์ ประสานสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผบก.ส.3 นำหน่วยพิสูจน์เก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อตรวจสอบพื้นที่ก่อนที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และตัวแทนมูลนิธิผู้บริโภค ตัวแทนจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบแป๊ปเหล็กประยุกต์ทำเป็นอาวุธกว่า 200 อัน และมีดดาบขนาดยาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณเต็นท์ข้างสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยันเสียหายพร้อมชดใช้ ภายหลังการหารือของคณะกรรมการตรวจสอบสภาพภายในทำเนียบรัฐบาล ที่มีขึ้นภายในห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่วนตัว ซึ่งมีตัวแทนจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร นายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ต.อนันต์ โดยสรุปว่ากลุ่มพันธมิตรจะเร่งเก็บข้าวของ อุปกรณ์ เต็นท์ เวทีปราศรัย ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 วันนี้ โดยจะมีพิธีส่งมอบและรับมอบพื้นที่ตึกไทยคู่ฟ้า และตึกสันติไมตรี รวมถึงพื้นที่ในทำเนียบรัฐบาล อย่างเป็นทางการให้แก่สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ นายลอยเลื่อนกล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการจะตรวจสอบสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น จะยังไม่มีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ส่วนค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะใสกล่าวว่า 5 แกนนำกลุ่มพันธมิตรพร้อมที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบสภาพความเสียหายของทั้ง 2 ตึก ปรากฏว่าไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำความสะอาดข้างในก่อนที่คณะกรรมการจะเข้าไปตรวจสอบ ยิงบึ้มพธม.ดอนเมืองดับ 1 ส่วนเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.55 น. วันที่ 1 ธันวาคม คนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าดอนเมือง ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ทำให้กระจกแตกกระจายเป็นรูกระสุนทะลุเข้าไปด้านในตัวอาคาร ทำให้ผู้ชุมนุมที่กำลังนอนพักผ่อนต่างหนีตายกันอลหม่าน และมีผู้ถูกกระสุน และเศษกระจกบาดได้รับบาดเจ็บหลายราย การ์ดพันธมิตร และเจ้าหน้าที่พยาบาลอาสา ช่วยกันนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล 2 คน คือ น.ส.พรรณฉวี สุภัทรพงศ์ อายุ 66 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าศีรษะ และนายปิยะชาติ แดงพวงไพบูลย์ อายุ 30 ปี อาสาสมัครพยาบาล ถูกสะเก็ดระเบิดที่หัวเข่า โรงพยาบาลภูมิพล 7 คน และโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ 14 คน โดยมี 2 คนอาการสาหัส คือ นายประสงค์ ฆ้องประสูตร อายุ 55 ปี และ นายสมศักดิ์ ชัยสุวรรณ อายุ 46 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าช่องท้อง แพทย์ต้องผ่าตัดและใช้เครื่องช่วยหายใจ นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายรณชัย ไชยศรี อายุ 29 ปี ชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ช่องท้องเลือดออกภายใน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล นายเกรียงไกร เปียอยู่ การ์ดอาสาจาก จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะเดินลาดตระเวนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว มองไปบนทางด่วนโทลล์เวย์พบผู้ชายเดินอยู่ จึงชี้ให้เพื่อนการ์ดด้วยกันว่าเป็นคนร้าย จากนั้นคนที่อยู่บนทางด่วนได้ขับรถหลบหนีไป ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พรหมสวัสดิ ผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง กล่าวว่า รู้สึกหนักใจเนื่องจากผู้ก่อเหตุพยายามจ้องที่จะสร้างสถานการณ์ หลังเกิดเหตุการณ์ก็ต้องมีการวางแผนตรวจป้องกันบนโทลล์เวย์ให้มากขึ้น แต่พื้นที่บนโทลล์เวย์เป็นที่รับผิดชอบของ สน.วิภาวดี ทั้งนี้เท่าที่ดูสภาพเกิดเหตุอาวุธที่ใช้น่าจะเป็นอาวุธหนัก ส่วนจะต้องเพิ่มกำลังสนับสนุนในการดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการสั่งการของผู้บังคับบัญชา การ์ดพันธมิตรไล่ตื้บตำรวจ เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าคลังสินค้าตรงข้ามกับสำนักงานไปรษณีย์ สาขาสุวรรณภูมิ ทางแยกถนนยกระดับถนนกิ่งแก้ว การ์ดพันธมิตรซึ่งตั้งจุดสกัดสังเกตการณ์บุคคลและรถต้องสงสัย ได้ขับรถตู้และรถปิกอัพไล่ชนรถแท็กซี่ ซึ่งรับผู้โดยสารที่เป็นตำรวจมาส่งยังศูนย์ป้องกันอัคคีภัยและดับเพลิง ในสนามบินสุวรรณภูมิ จ.ส.ต.เกรียงศักดิ์ คุณธรรม ผบ.หมู่ ป.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้โดยสารในรถแท็กซี่ที่ถูกทำร้ายร่างกาย กล่าวด้วยท่าทีตื่นตระหนกว่า ในวันนี้ตำรวจจะมีการสับกำลังพล ตนจึงเข้าไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านของภรรยา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุกลับถูกกลุ่มพันธมิตรไล่ล่า จากนั้นการ์ดพันธมิตรก็รุมทำร้ายและนำตัวไปสอบสวนที่เต็นท์ของพันธมิตร โดยระหว่างที่สอบถาม ถูกปืนจ่อหัวตลอดเวลา แต่พยายามขอร้องจนพันธมิตรยอมปล่อยตัวออกมาในสภาพร่างกายบอบช้ำ ยุบ 3 พรรคม็อบเฮลั่นสนามบิน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำกลุ่มพันธมิตร กล่าวบนเวทีสนามบินดอนเมืองว่า ถือเป็นชัยชนะของพวกเราที่เราตั้งไว้ว่า จะต้องไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญ และรัฐบาลต้องออกไป ส่วนผู้ชุมนุมต่างแสดงอาการโห่ร้องด้วยความดีใจ พร้อมกับตบมือตบเสียงดังสนั่น บางส่วนถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ ขณะที่การชุมนุมในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อโฆษกเวทีพันธมิตรประกาศให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบ ทำให้ผู้ชุมนุมดีใจโห่ร้อง เขย่ามือตบ ส่งเสียงดังลั่นไปทั่วสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดใช้ "สุวรรณภูมิ" 4 ธ.ค.นี้ เมื่อเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และตัวแทนพันธมิตร ได้นำสารวัตรทหารจากกองทัพบก มาร่วมตรวจความเรียบร้อยของสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่พันธมิตรจะส่งคืนพื้นที่ให้แก่ ทอท. โดยจะสามารถคืนพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1-3 ได้ภายในคืนวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ส่วนพื้นที่ชั้น 4 จะส่งคืนในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเตรียมความพร้อม เพื่อให้บริการแก่สายการบินต่างๆ ทั้งนี้ หลังจากการเจรจาส่งมอบพื้นที่จากพันธมิตรเรียบร้อยแล้ว ทอท.จะเร่งดำเนินการทำความสะอาด และตรวจเช็กระบบทั้งหมดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นจะเชิญเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยด้านการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ ภายในเวลา 24.00 น. วันที่ 4 ธันวาคมนี้ ทอท.สูญรายได้ 350 ล้านบาท ด้านนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทอท.สูญเสียรายได้จากสายการบินและผู้โดยสารกว่า 350 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ คาดว่าจะเสียหายกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ยังมีสายการบินอีกจำนวนหนึ่งซึ่งได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถทำการบินได้ "อเมริกา-อังกฤษ" หวั่นไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยอยู่ระหว่างการติดต่อสายการบินต่างๆ เพื่อจัดหาเครื่องบินขนส่งสินค้า มาขนส่งสินค้า 500 ตัน ที่ตกค้างอยู่ในสุวรรณภูมิ ส่วนการขนส่งผู้โดยสารตกค้าง การบินไทยอยู่ระหว่างเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในแต่ละวัน โดยจุดบินต่างประเทศที่จะเปิดให้บริการทุกวัน จะมี 8 จุดบิน คือ แฟรงก์เฟิร์ต โคเปนเฮเกน ซิดนีย์ โตเกียว โซล เดลลี ฮ่องกง และกัวลาลัมเปอร์ เพราะจุดบินเหล่านี้มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่น สะดวกในการต่อเครื่องไปยังจุดอื่นๆ ส่วนการจัดเที่ยวบินไปยังสหรัฐและอังกฤษ ยอมรับว่าปัจจุบันทางการสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ มีความกังวลเกี่ยวกับระบบตรวจสอบความปลอดภัยของผู้โดยสารและสัมภาระของเที่ยวบินที่ออกเดินทางจากท่าอากาศยานอู่ตะเภา จึงขอให้สายการบินนำเครื่องบินไปแวะยังท่าอากาศยานอื่นก่อนจะนำเครื่องเข้าสหรัฐและอังกฤษ เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระให้เกิดความมั่นใจด้านความปลอดภัย 100% ยืนยันว่าการบินไทยไม่ได้ถูกสั่งห้ามบินเข้าสหรัฐและอังกฤษแต่อย่างใด
logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง