
'ชนะเลือกตั้งถือผ่านประชามติ'
'ชนะเลือกตั้งถือผ่านประชามติ' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
มีความชัดเจนแล้วว่า "พรรคเพื่อไทย" ในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เนื่องจากเป็นเรื่องที่หาเสียงไว้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
แต่ภายในพรรคเพื่อไทยเองก็มีเสียงแตกในประเด็นเรื่องระยะเวลา เนื่องจาก ส.ส.เห็นควรเร่งดำเนินการ ขณะที่ "รัฐมนตรี" เห็นว่าควรชะลอเรื่องไว้ก่อน เพื่อให้รัฐบาลได้ทำงานและเยียวยาฟื้นฟูประเทศหลังจากประสบอุทกภัยก่อน ประกอบกับรัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น
"ไพจิต ศรีวรขาน" ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็เห็นว่า พรรคการเมืองเมื่อหาเสียงไว้กับประชาชนอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้ การประชุมพรรคที่ผ่านมารัฐมนตรีและส.ส.ได้มีการหารือกัน และมีความเห็นตรงกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรกระทำโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
"ในพรรคเสียงแตก บางกลุ่มก็อยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว บางกลุ่มก็อยากให้ชะลอไปก่อน จึงทำให้ไม่ได้ข้อยุติ ในส่วนของส.ส.เท่าที่พูดคุยกัน หากรัฐมนตรีจะให้ชะลอไปก่อนก็ไม่ว่า แต่ต้องมาพูดคุยเหตุผลกัน เพราะส.ส.เมื่อลงพื้นที่ได้พบปะกับประชาชน และกลุ่มคนเสื้อแดงก็อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว เราก็ต้องรับฟัง เพราะคนเสื้อแดงทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะจนเป็นรัฐบาล"
"ไพจิต" ไม่เห็นด้วยที่จะมีการทำประชามติสอบถามเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเสียเวลา ควรจะทำเมื่อมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดการแก้ไขเป็นเรื่องของ ส.ส.ร.จะดำเนินการ ในส่วนของพรรคการเมือง ถ้าเห็นว่าเรื่องไหนเป็นปัญหาต่อการพัฒนาการเมืองก็สามารถเสนอแนะได้
ส่วนที่พรรคชาติไทยพัฒนาอยากให้พรรคเพื่อไทยแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ไพจิต" เห็นว่า เรื่องนี้วิปรัฐบาลสามารถพูดคุยหารือกันได้ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมองอย่างไร และเห็นว่า ประเด็นไหนเป็นปัญหาต่อการพัฒนาการเมืองเสียงในพรรคเท่าที่คุยเห็นว่า มาตราที่น่าจะเป็นปัญหาเช่น มาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรค มาตรา 309
ขณะที่ "ก่อแก้ว พิกุลทอง" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยอมรับแนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 เสียงภายในพรรคเห็นด้วยที่จะแก้ไข แต่เรื่องระยะเวลาในการแก้ไขแตกเป็น 2 กลุ่ม โดยซีกรัฐบาลเห็นว่าควรชะลอออกไปก่อน เพื่อขอแก้ไขปัญหาจากน้ำท่วม ไปเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยให้เรียบร้อยก่อน ขณะที่ส.ส.จำนวนมาก ทั้งส.ส.เสื้อแดง และส.ส.ทั่วไป เห็นว่าต้องเดินหน้าแก้ไขตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน เพราะถือเป็นหนึ่งในนโยบายพรรค และส่วนใหญ่เห็นด้วยจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางมาตรา 290 เพื่อเปิดทางให้มีส.ส.ร.
"เสียงส.ส.จำนวนมากที่เห็นว่าควรแก้ไข มองว่าเรื่องการเยียวยาประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของส.ส.ร. ไม่ได้มีส่วนมาเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ถือว่าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ แต่ในที่ประชุมพรรคก็ไม่ได้กำหนดวันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะทำเมื่อไร คาดว่าอาจต้องรอ 2-3 เดือน เพราะรัฐบาลอยากทำงานก่อน"
ส่วนที่มีหลายฝ่ายอยากให้ทำประชามติก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ก่อแก้ว" เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ เพราะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพราะได้ประกาศไว้ว่า หากชนะเลือกตั้งจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อพรรคชนะการเลือกตั้งจึงเหมือนผ่านการทำประชามติมาเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากแก้ไขแล้วจึงค่อยทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่
กรณีกระแสคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "ก่อแก้ว" เห็นว่า คนที่ออกมาคัดค้านก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ และบางคนที่ออกมาคัดค้านก็ต้องดูด้วยว่าคนกลุ่มนี้ได้ประโยชน์อะไรจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 หรือไม่
ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่ "ก่อแก้ว" เห็นว่าทำให้การพัฒนาทางการเมืองมีปัญหา และควรจะแก้ไข เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา, มาตรา 265, 266 เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณีที่ ส.ส.และส.ว.ถูกมองว่าเข้าไปแทรกแซงและก้าวก่ายหน่วยงานราชการในการช่วยเหลือประชาชน เพราะเห็นจากกรณีส.ส.เข้าไปช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่ถูกยื่นถอดถอน จึงเห็นว่าน่าจะมีการแก้ไขมาตรานี้
"แต่เมื่อถึงเวลาแก้ไขต้องเป็นร่างของส.ส.ร. จะเป็นร่างของใครหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้ เว้นแต่ประชาชนจะเข้าชื่อขอแก้ไข และส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แต่คิดว่าคงไม่ใช้แนวทางนี้ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ควรให้ใครเป็นผู้กำหนดทิศทาง เพราะแนวทางการแก้ไขโดยเปิดทางให้มี ส.ส.ร.มาร่างและพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียน่าจะดีที่สุด" แกนนำ นปช. กล่าว
"ก่อแก้ว" บอกว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะมีพรรคการเมืองเสนอว่าควรแก้มาตราใดบ้าง อาจจะมี 4-5 ประเด็น แต่ท้ายที่สุดแล้ว ส.ส.ร.ก็จะเป็นผู้ตัดสินใจ ทางพรรคเพื่อไทยคงไม่สามารถไปชี้นำ ส.ส.ร.ได้
............
(หมายเหตุ : 'ชนะเลือกตั้งถือผ่านประชามติ' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



