
ศึกหนัก'ยิ่งลักษณ์'ต้องเผชิญ
ศึกหนัก'ยิ่งลักษณ์'ต้องเผชิญ : ขยายปมร้อนโต๊ะการเมือง
ตลอด 3-4 เดือน ภายใต้การบริหารงานของ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" แม้ยังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เนื่องจากต้องรับมือกับปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่จึงทำให้เสียงวิจารณ์เรื่องรัฐบาลไร้ผลงาน ไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลมากนัก
นั่นเพราะหลายฝ่ายต้องการให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานบริหารราชการแผ่นดินให้เต็มที่หลังจากฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย
ดังนั้นนับจากนี้ไปการบริหารงานของรัฐบาลจะถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ หลายคนมองว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ หากไม่ทุจริต คอรัปชั่น ขัดแย้งกับกองทัพ เชื่อว่ารัฐบาลนี้อาจนั่งบริหารอยู่จนครบวาระ
สังเกตได้จากบรรยากาศทางการเมืองไม่คุกรุ่นเหมือนช่วงที่ตั้งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใหม่ๆ เพราะขณะนั้นจะมี "กลุ่มคนเสื้อแดง" ออกมาทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เสมือนเป็น "องครักษ์" คอยเฝ้าระวังภัยให้แก่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
และทำตัวเป็น "พระเอก" สละเก้าอี้บางตำแหน่ง เพื่อให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดูดี แม้ว่าจะมีเสียงฮึดฮัดมาจาก "เสื้อแดงบางกลุ่ม" บ้างก็ตาม
ขณะเดียวกันก็สมมนาคุณให้ตำแหน่ง "ทางการเมือง" แก่แกนนำคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่เคยต่อสู้เพื่อ "นายใหญ่" และพรรคเพื่อไทย จนได้เป็นรัฐบาล
แต่หลังจากรัฐบาลบริหารงานไปได้ 3-4 เดือน สิ่งที่ "แกนนำ" พรรคเพื่อไทยเคยให้สัญญาไว้ เริ่มไม่เห็นทิศทางในการขับเคลื่อน เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ก็ยังไม่ชัดเกี่ยวกับท่าทีเรื่องนี้บอกว่า วันนี้ยังไม่ได้คุยกัน ต้องขอศึกษารายละเอียดว่าจะแก้ไขสิ่งไหนบ้าง และที่สำคัญทุกอย่างต้องได้รับการยอมรับจากเสียงส่วนใหญ่
สอดคล้องกับความเห็นของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่ขณะนี้รัฐบาลทำงานได้เพียง 4 เดือน และประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน เพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่าที่ต้องเร่งทำให้เสร็จ
แต่ดูเหมือนความเห็นของ "นักเลือกตั้ง" จะสวนทางกับแนวความคิดของ "กลุ่มคนเสื้อแดง"
เห็นได้จาก "ธิดา ถาวรเศรษฐ" รักษาการประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ประกาศชัดเจนตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไปจะเริ่มรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเร็วที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทย รัฐบาล จะมีท่าทีต่อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้กับประชาชน
"สำหรับเราถ้าไม่เอารัฐประหาร ต้องไม่เอาผลพวงจากการทำรัฐประหารด้วย จึงเป็นความชอบธรรมและต่อเนื่องของการต่อสู้ที่ยังไม่จบสิ้น ซึ่งเหตุผลของเราคือไม่เอารัฐประหาร ดังนั้นเราจึงไม่เอารัฐธรรมนูญของการทำรัฐประหาร" เป็นการยืนยันจุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเตรียมหารายชื่อให้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อยื่นต่อรัฐสภาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ขณะที่เสียงของรัฐบาลบางส่วนอยากให้มีการตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเนิ่นนานออกไป
คนเสื้อแดงบางกลุ่มเริ่มมองว่า แกนนำในพรรคเพื่อไทย ที่ขณะนี้เริ่มมีตำแหน่งและมีอำนาจทางการเมืองไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากให้บ้านเมืองอยู่ในโครงสร้างที่เป็นอยู่ไปเรื่อยๆ
มี "ยิ่งลักษณ์" เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีชุดเดิม ส.ส.และ ส.ว. กองทัพชุดปัจจุบัน จะทำให้รัฐบาลยังอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ
เมื่อมีปัญหาสามารถ "เจรจา" กันได้ แต่ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ที่เคยร่วมต่อสู้ให้แก่พรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้อะไรเลย
จึงไม่แปลกที่เริ่มมีกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่ม เสนอต่อรัฐบาล ขอ "ตำแหน่งทางการเมือง" แก่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากเห็นว่าถ้าไม่เรียกร้องก็จะไม่ได้อะไรเลย
ขณะที่ "ทักษิณ" ก็รู้ว่าหากปล่อยให้มีข้อเรียกร้องแต่ไม่ตอบสนอง สุดท้ายจะเกิดปัญหา และใช่ว่า "ทักษิณ" จะชอบสถานะที่เป็นอยู่ของตนเองที่ต้องวนไปรอบๆ ประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหวภายในประเทศจากปากของคนอื่น
โดยหลักประกันทางการเมืองแทบไม่มีอะไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับการหลบหนีจากประเทศไทยยุคแรกๆ เพราะโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ถือว่า "ทักษิณ" ได้เปรียบ แม้ว่าจะมีน้องสาวเป็นผู้นำประเทศแต่ทุกอย่างไม่เบ็ดเสร็จ
ดังนั้นโอกาส "ทักษิณ" กลับบ้านในระยะเวลาอันใกล้ 1-2 ปี ที่น้องเป็นผู้นำก็ไม่น่าจะทำได้
ขณะที่คนช่วยสู้แบบถึงไหนถึงกันก็ไม่ใช่ ส.ส.หรือรัฐมนตรี แต่เป็นคนเสื้อแดง โครงสร้างการเมืองก็เป็นอุปสรรค เมื่อเกิดข้อข้ดแย้ง ทักษิณ จึงต้องเลือกตัดสินใจ
การรอมชอมไม่สามารถทำได้บ่อยนัก เพราะนั่นหมายถึงสิ่งที่ต้องเพิ่มมูลค่าทุกครั้งที่มีการเรียกร้อง
ดังนั้นเมื่อความคิดเห็น และผลประโยชน์สวนทาง "ทักษิณ" ก็ต้องเลือก เพราะปัญหาที่รัฐบาลที่มีน้องสาวเป็นผู้นำต้องเผชิญในปีหน้าไม่ใช่แค่การบริหารบ้านเมืองให้เป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงเท่านั้น
แต่หมายถึงการบริหารการเมืองให้คนเคยร่วมอุดมการณ์สามารถมีกินมีใช้ไม่อดอยากปากแห้งไปด้วย !
...............
(หมายเหตุ : ศึกหนัก'ยิ่งลักษณ์'ต้องเผชิญ : ขยายปมร้อนโต๊ะการเมือง)



