
หยุดตอกลิ่มเสียที
หยุดตอกลิ่มเสียที : บทบรรณาธิการ
นับตั้งแต่น้ำเหนือเริ่มไหลบ่าท่วมพื้นที่ภาคกลาง ไล่มาจนถึงปลายทางลงทะเล จนถึงวันนี้การแก้ปัญหาของรัฐบาลดูจะเป็นเรื่องเฉพาะเหตุ เฉพาะหน้า ถึงแม้ว่าจะมี ศปภ.ที่ตั้งอกตั้งใจให้เป็นหน่วยงานกลางบูรณาการแก้ปัญหาแบบครอบคลุมทุกด้านทุกมิติ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ก็ทำได้เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ครั้นเมื่อได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ (กยน.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่ดึงเอาคนมีชื่อเสียงเข้าไปทำงาน เอาเข้าจริงก็ยังน่าเป็นห่วงว่า จะมีอะไรเป็นรูปธรรมออกมาก่อนฤดูน้ำหลากในปีหน้าหรือไม่
สิ่งที่ปรากฏออกจากรัฐบาลที่เกี่ยวกับการวางแผนกำหนดผังประเทศ การบริหารจัดการน้ำ จึงเป็นเรื่องเฉพาะหน้า และในวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ยังเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในลำดับที่ไม่น่าจะเรียกว่า "เร่งด่วน" เพราะสิ่งที่ได้กำชับในที่ประชุม ครม.กลับเป็นการสั่งการให้ทุกกระทรวงไปจัดหาสินค้าราคาถูกไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปกติแล้วก็มี "ธงฟ้า" ของกระทรวงพาณิชย์ทำอยู่ก่อนแล้ว และปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายแห่งก็พยายามลดราคาเพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกันอยู่แล้ว
สิ่งที่รัฐบาลน่าจะทำเป็นการเร่งด่วนไม่ว่าจะช่วงน้ำหลาก จนมาถึงวันนี้ที่น้ำเริ่มลดนั้นยังคงเป็นเรื่องของการเร่งระบายน้ำที่จะต้องมีมืออาชีพโดยเฉพาะกรมชลประทาน เข้าไปดำเนินการอย่างจริงจังไม่ใช่ปล่อยให้น้ำเน่าเหือดแห้งไปโดยธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านมีความเสี่ยงในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาดที่จะตามมาและกลายเป็นภาระของรัฐบาลในภายหน้า แต่ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารจากรัฐบาลหรือกระทั่งพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาล กลับนำเอาเรื่องนี้มาเล่นการเมืองกับ กทม. ทั้งที่เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าท้องถิ่นอย่าง กทม.จะรับมือไหว
ระดับความเสียหายเกือบ 2 ล้านล้านบาท โรงงานเสียหายกว่า 8 พันแห่ง คนตกงานนับแสน เสียชีวิตเกือบ 700 ราย แล้งยังจะมีความเสียหายจากสภาพที่ดินทรุด เพราะอุ้มน้ำมาเป็นเวลานาน บ้านเรือนริมตลิ่งอยู่ในเขตอันตราย และยังไม่นับโบราณสถานอีกจำนวนมากที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ที่สำคัญความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังหดหายไปทุกขณะ กลายเป็นว่า สิ่งเหล่านี้มาทีหลังการแก้ปัญหาการเมือง หลังการตัดสินใจคืนพาสปอร์ตให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และไม่แน่ว่า จะเป็นหลังการ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม หรือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ที่มีอยู่ รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลของคนที่เลือกพรรคเพื่อไทย แต่เป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ที่นิยมศรัทธาระบอบประชาธิปไตยและเคารพผลการเลือกตั้ง แต่เมื่อได้รับการเลือกมาแล้ว รัฐบาลก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลทุกข์สร้างสุขให้แก่คนทั้งประเทศ แยกแยะความจำเป็นเร่งด่วนอย่างชัดเจนถูกต้อง คนกำลังจะจมน้ำ ย่อมต้องสำคัญกว่าการออกกฎหมายเพียงเพราะเชื่อว่า นั่นคือความปรองดอง ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เอ่ยคำนี้ แทบไม่ต่างจากการตอกลิ่มเพิ่มรอยร้าว เพิ่มความเป็นพวกเขา-พวกเรามากขึ้นทุกที



