คอลัมนิสต์

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐที่สืบเนื่องมาจาก ม.112

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐที่สืบเนื่องมาจาก ม.112

19 ธ.ค. 2554

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ที่สืบเนื่องมาจาก ม.112 : กระดานความคิด โดย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

              ในขณะที่บุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีมวลชนเสื้อแดงบางส่วนเป็นผู้สนับสนุนอยู่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวขอให้ยกเลิก ป.อาญา มาตรา 112 (กฎหมายคุ้มครองสถาบันฯ ในเรื่องหมิ่นประมาท เหมือนกับที่ประชาชนทั่วๆ ไปได้รับการคุ้มครอง) อย่างเอิกเกริก โดยยกคดีนายโจ กอร์ดอน (คนไทยที่ไปได้สัญชาติสหรัฐ) แล้วกลับเข้ามาประเทศไทย เคลื่อนไหวกระทบต่อสถาบัน (คล้ายคลึงกับกรณีที่ชาวม้งลาวที่ได้สัญชาติสหรัฐ แล้วกลับเข้ามาก่อเหตุร้ายในประเทศลาว), คดีดา ตอร์ปิโด และคดี “อากง” ออกมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งทุกคดีมีการใช้ถ้อยคำด่าทอแบบหยาบคาย ที่ฟังไม่ได้ เหมือนคนที่มีจิตใจผิดปกติครับ ซึ่งไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างแน่นอน การกระทำดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนไทยทั้งประเทศครับ ในขณะเดียวกันองค์กรเล็กๆ ในยูเอ็น และสหรัฐ ก็ออกมาเสริมให้การเคลื่อนไหวในกรณีนี้ขยายตัวออกไปอีก โดยที่สหรัฐไม่ได้เข้าใจถึงประเพณีและวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ผลจึงทำให้ประชาชนคนไทยเกิดการรวมตัวกันต่อต้านสหรัฐ และสหประชาชาติ ทั้งทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ และการรวมกลุ่มออกมาประท้วงอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
   
              ท่ามกลางข่าวสารแบบนี้ก็มีเรื่องที่เป็นมงคลของคนไทยเกิดขึ้น ควบคู่กันไปด้วย เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางศาลอาญาแห่งสหประชาชาติ (CCPCJ) สมัยที่ ๒๑ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยได้รับเลือกเป็นเอกฉันท์จากสมาชิก 40 ประเทศ ด้วยการปรบมืออยู่ค่อนข้างนาน และทรงกล่าวถ้อยแถลงเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้ฉะฉาน ตลอดจนการทำหน้าที่ประธานการประชุมได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์อย่างชัดเจน
   
              พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นกัน ทรงผ่านระดับการศึกษาเยี่ยงบุคคลธรรมดามาตลอดเวลา ด้วยความขยันหมั่นเพียร จนประสบผลสำเร็จทางด้านการศึกษา ดังนี้

    • ระดับอนุบาล ประถมและมัธยมต้น ณ โรงเรียนราชินี

    • ระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีทฟิลด์ ประเทศอังกฤษ และโรงเรียนจิตรลดา

    • ระดับปริญญาตรี ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง

    • ระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

    • เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา ๒๕๔๗

    • Master of Laws (LL.M.), มหาวิทยาลัยคอร์เนล ประเทศสหรัฐอเมริกา

    • Doctor of the Science of Law (J.S.D.) มหาวิทยาลัยคอร์เนล ประเทศสหรัฐอเมริกา

              ในช่วงที่ทรงศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทรงเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเกือบทุกอย่าง เช่น เป็นผู้เชิญธรรมจักร (ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย) ในงานฟุตบอลประเพณี การออกไปเสวยอาหารกับพระสหายตามร้านอาหารในย่านท่าพระจันทร์และศิริราช พบปะกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง จนกลายเป็นมิ่งขวัญของประชาชนในย่านนั้น ร้านค้าหลายแห่งได้ถ่ายภาพของพระองค์ติดไว้ที่ร้าน
   
              เมื่อจบการศึกษา ทรงเข้ารับราชการที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งแต่ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย (ปี 2549) จนขึ้นมาเป็นรองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู (ปี 2554) ในระยะเวลาของการรับราชการ 5 ปีที่ผ่านมานั้น ได้อยู่ในตำแหน่งที่ห่างไกลเมืองหลวง และทรงงานอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงการทรงงานในพระราชกรณียกิจ ด้านสาธารณกุศล (มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย) และด้านกฎหมายจนเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไป
   
              ความมานะอุตสาหะในการเรียนนั้น ผมเคยประสบมาด้วยตนเองหลายครั้ง ในขณะที่เป็นราชองครักษ์เวรในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อยู่ที่วังศุโขทัย ในขณะที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงพระอักษรอยู่ภายนอกอาคารนั้น ผมต้องออกมายืนถวายการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระยะที่มองพระองค์ได้ชัดเจน ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 16.00 น. พระองค์ทรงคร่ำเครียดกับการทรงพระอักษรอยู่จนกระทั่งประมาณ 20.00 น. จึงเสด็จกลับ ใช้เวลาถึง  4  ชั่วโมงเต็มๆ อย่างมีสมาธิ โดยไม่ได้ทรงเรียกหาใครเข้าไปรับใช้เลย ความบากบั่นอุตสาหะของพระองค์ในลักษณะนี้ ทำให้ผมคิดว่าพระองค์คงจะประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษาได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมคาดคิดไว้ครับ
   
              นอกจากนั้นก็ยังปรากฏข่าวที่เป็นมงคลเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่งคือ กรณีที่ นายแพทริก บราวน์ ส.ส. รัฐมอนตาริโอ ประเทศแคนาดา ในฐานะประเทศร่วมกลุ่มรัฐสภาแคนาดา-ไทย ได้กล่าวแถลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประชุมรัฐสภาแคนาดา ซึ่งได้รับการปรบมือจากผู้เข้าร่วมประชุมอย่างกึกก้อง
   
              ผมก็ได้แต่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาให้พวกเราได้ทราบข่าวดีๆ บ้าง พวกเราคนไทยจะช่วยกันรักษาร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ความร่มเย็น ให้ความสง่างามและความมีศักดิ์ศรีของคนไทยไว้ตลอดกาล เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยนั้น เป็นเรื่องลึกซึ้ง ซับซ้อน ผูกผันกับสังคมมานานเกินกว่าที่สหรัฐ หรือประเทศมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งเป็นประเทศที่มีแต่ความเจริญทางวัตถุจะเข้าใจได้ครับ เหตุการณ์นี้จะทำให้ความผูกพันระหว่างไทยกับสหรัฐลดน้อยไปอีก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนจะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ