
'ปราบโกง'รัฐบาลต้องจริงจัง
'ปราบโกง'รัฐบาลต้องจริงจัง : บทบรรณาธิการ
สถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีเริ่มคลี่คลายแล้วหลายพื้นที่ น้ำท่วมขังก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง บางแห่งก็เข้าสู่ภาวะปกติและเริ่มที่จะเข้าสู่การฟื้นฟูเยียวยา รับกับมาตรการของรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งทุ่มเม็ดเงินในการณ์นี้สูงถึง 8 แสนล้านบาทลงไปในจังหวัดที่ประสบปัญหา อุ้มภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงความเสียหายของเทือกสวนไร่นาในภาคเกษตรกรรมด้วย
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายดังกล่าวให้แก่ตัวแทนผู้ตรวจข้าราชการ 20 กระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย 64 จังหวัด ต้องบริหารจัดการในการใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพชนิดโปร่งใสและทั่วถึง ที่สำคัญเป็นการน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมาด้วย ผนวกกับภาคีเครือข่ายต้านคอร์รัปชั่น (ภคต.) ที่มีหอการค้าไทยเป็นหัวหอกพร้อมด้วยภาคี 32 องค์กร ได้จัดทำสมุดปกขาวเฝ้าระวังการทุจริตคอรัปชั่นเสนอต่อรัฐบาลโดยมีการเฝ้าติดตามโครงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมนี้เป้าหมายแรก
โดยการณ์นี้ภาคเอกชนได้หยิบยกข้อมูลการวิจัยการต่อต้านคอรัปชั่น...จุดเปลี่ยนประเทศไทย ของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สำรวจเก็บข้อมูลจากคนไทย 1 แสนคน ใน 77 จังหวัด พบการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงอย่างมากในทุกภูมิภาค แต่จากการสำรวจกลับพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจในการร่วมมือกันต่อต้านคอรัปชั่นเท่าที่ควร ดังนั้นภาคธุรกิจจึงต้องรวมตัวกันในการลุกขึ้นมาต่อต้านการคอรัปชั่นกันด้วยตนเอง
พร้อมกันนี้ยังได้เสนอ 3 แนวทางต่อต้านการทุจริต ได้แก่...ภาคธุรกิจต้องมีส่วนร่วมในการติดตามข้อมูลโครงการต่างๆ ที่ภาครัฐดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ในส่วนของการซ่อมแซมสาธารณูปโภค เช่น สะพาน และถนน ...การเผยแพร่ข้อมูลให้แก่ประชาชนเพื่อช่วยกันติดตาม ให้ข้อมูลในโครงการต่างๆ สุดท้ายต้องเริ่มต้นโดยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการต่อต้านคอรัปชั่น และพัฒนามาเป็นนโยบายและกลยุทธ์ในการทำงาน โดยให้มีการวัดผลจากผลการต่อต้านคอรัปชั่น ภายในสโลแกน “ธุรกิจไทย ไม่ให้ ไม่รับ ไม่ยอม”
นับเป็นการปลุกกระแสต่อต้านการคอรัปชั่นอย่างจริงจังของภาคเอกชน สอดรับกับแนวทางของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้ออกกฎระเบียบเปิดเผยและคำนวณราคากลางไว้ในการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกำหนดราคากลางที่เกินจริง ส่งผลให้ทำให้การแบ่งเปอร์เซ็นต์ทำได้ยากขึ้น ซึ่งเริ่มมีการขยับของกลุ่มการเมืองบางพรรคก่อหวอดคัดค้านกันบ้างแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสังคมยิ่งที่จะต้องขจัดปัญหาการโกงกินให้ลดน้อยลง จะได้ไม่เห็นว่าการฮั้วเพื่อแบ่งเปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทยไปเสียแล้ว



