
มาตรการป้องกันทรชน
มาตรการป้องกันทรชน : บทบรรณาธิการ
ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดเหตุการณ์ทรชนแฝงมาในร่างของผู้ให้บริการสาธารณะอย่างรถแท็กซี่ ก่อกรรมทำเข็ญเอากับผู้โดยสารผู้บริสุทธิ์ ตั้งแต่ประทุษร้ายต่อทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา ไปจนถึงขั้นเอาชีวิตของเหยื่อเคราะห์ร้าย และในทางกลับกัน คนขับรถแท็กซี่อีกจำนวนไม่น้อย ก็ตกเป็นเป้าของการปล้นชิงทรัพย์ และจบลงด้วยฆาตกรรม ทั้งสองกรณีนี้หาใช่เรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอในสังคมที่มีคนไม่ดีปะปนอยู่ ด้วยไม่ว่าเหตุร้ายใดๆในโลกนี้ เราก็สามารถหาทางป้องกันได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ดูแลรับผิดชอบเอาใจใส่มากเพียงพอหรือไม่เท่านั้น
เหตุร้ายที่นายนพพล วงกฎทอง คนขับแท็กซี่สีชมพู อายุ 53 ปี อดีตแชมเปี้ยนมวยเวทีดังกระทำย่ำยีหญิงสาวจำนวนหลายราย และถูกจับกุมขณะกำลังจะออกล่าเหยื่ออีกครั้งหนึ่งนั้น สะท้อนให้เห็นความหละหลวมต่อมาตรการควบคุมดูแลในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็น การปล่อยให้ใครก็ได้เดินเข้าไปขอเช่ารถแท็กซี่จากอู่ใดอู่หนึ่งแล้วขับออกไปรับส่งผู้โดยสารโดยเสรี ไร้การตรวจสอบประวัติอย่างถี่ถ้วน ขาดการ "สุ่มตรวจ" อย่างเข้มข้น จนทำให้รถแท็กซี่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง อำพรางทะเบียนและชื่อคนขับรถที่ต้องติดเอาไว้ด้านหน้า ออกรับส่งผู้โดยสาร เล็ดลอดสายตาการตรวจสอบจากตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกไปได้
ย้อนกลับไปเมื่อคราวที่เกิดเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์และฆ่าคนขับแท็กซี่บ่อยครั้ง กระแสสังคมซึ่งรู้สึกสะเทือนใจกับภาพข่าวเหตุการณ์ซ้ำซากเหล่านั้นพยายามเรียกร้องให้หามาตรการป้องกัน เช่น ทำลูกกรงแยกระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป แม้ว่าจนถึงทุกวันนี้ยังคงเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอยู่เสมอๆ ก็ตาม เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสอดส่องรถแท็กซี่ซึ่งเป็นบริการสาธารณะยังไม่เข้มข้นและจริงจังเพียงพอ เช่นเดียวกับกรณี คนขับแท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสารที่เพิ่งเกิดขึ้น
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก แนวทางแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก เช่นนี้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า มาตรการของภาครัฐเข้มแข็งเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะคนขับรถแท็กซี่นั้น ควรจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด มากกว่าผู้ให้บริการสาธารณะด้านอื่น ด้วยเหตุที่ระหว่างการให้บริการ ผู้โดยสารจะต้องร่วมชะตากรรมกับคนขับเพียงลำพัง หรือคนขับต้องสุ่มเสี่ยงกับโจรที่แฝงมาในคราบของผู้โดยสาร โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลา ไม่ว่าค่ำมืดดึกดื่นปานใดก็ตาม ซึ่งล้วนเปิดโอกาสให้ทรชนในคราบของผู้ให้บริการหรือผู้ใช้บริการปรากฏตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ลำดับแรกที่รัฐสามารถลงมือทำได้ทันทีก็คือ การกำหนดมาตรฐานและการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ให้บริการก่อนการออกใบอนุญาตที่จะต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการเอาผิดกับเจ้าของอู่ที่ปล่อยปละละเลย ให้ทรชนมาเช่ารถออกไปขับทำร้ายผู้คนในสังคมด้วย



