คอลัมนิสต์

อย่าทอดทิ้งเกษตรกร

อย่าทอดทิ้งเกษตรกร

12 ธ.ค. 2554

อย่าทอดทิ้งเกษตรกร : บทบรรณาธิการ

               มีข่าวดีจากรัฐบาลมาบอกกับสังคมแทบไม่เว้นว่าง ว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นับตั้งแต่ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ก่อนกลางเดือน จนถึงก่อนสิ้นปี น้ำที่ท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลจะลดลงจนถึงแห้งสนิท ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่เกษตรกรรมเพาะปลูกทั้งนา พืชสวน และพืชไร่ อีกจำนวนมหาศาลในบางจังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานี และนนทบุรี ยังจมอยู่ใต้น้ำ แลออกไปเป็นทุ่งเวิ้งว้างคล้ายกับมหาสมุทรสุดลูกหูลูกตา จนยากจะประมาณการได้ว่า อีกกี่วัน กี่เดือน เกษตรกรจึงจะสามารถหันกลับมาประกอบอาชีพ ทำการเพาะปลูกและใช้ชีวิตตามปกติได้ ตราบเท่าที่ทุกวันนี้ยังไม่เคยได้ยินว่า รัฐบาลมีแผนการอย่างไรที่จะกอบกู้พื้นที่เกษตรกรรมเหมือนกับความพยายามลงมือลงแรงให้แก่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
   
               คำประกาศของรัฐบาลที่ดูเสมือนว่า โล่งอกเพราะมหาอุทกภัยได้ผ่านพ้นไปแล้ว ว่าที่จริงแล้ว เห็นจะมีก็แต่ถนนหนทางเท่านั้นที่สามารถกลับมาใช้ขนส่งสัญจรได้ เช่นนี้แล้ว อาจทำให้คิดไปได้ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญแต่เพียงความเป็นอยู่หรือวิถีชีวิตของคนเมือง เพื่อหลีกเลียงกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันรัฐบาลเท่านั้น แต่กับภาคเกษตรกรรม รัฐบาลกลับทอดทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยหลงลืม หรือจงใจไม่เหลียวแลก็ตามที สภาพดังกล่าวมองได้สองทางคือ รัฐบาลเลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐาน กับอีกทางหนึ่ง รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มคนที่ "เสียงดัง" หรือว่ามีอิทธิพลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเองมากกว่า การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของคนอีกกลุ่มใหญ่ 
   
               ในระยะนี้ ชาวนาในหลายพื้นที่เริ่มต้นไถหว่านทำการเพาะปลูกในฤดูการทำนาปรังกันแล้ว ขณะที่ชาวสวนและชาวไร่ ผู้เพาะปลูกธัญญาหารจำพวกพืชพักผลไม้กำลังตั้งตาคอยผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ท้องตลาดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนโดยประมาณ เป็นต้นไป หากแต่ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่อีกอย่างน้อย 4 จังหวัด ยังคงมองเหม่อทอดอาลัยกับทะเลน้ำครำที่ท่วมท้นจนแทบจะหมดสิ้นซึ่งความหวังในอันที่จะพลิกฟื้นคืนสู่ความสมบูรณ์อย่างในอดีต เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนนอกจากมีแต่น้ำเน่าแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินคำมั่นสัญญาใดๆ แว่วมาว่าเมื่อไร พวกเขาจะกลับมาทำอาชีพได้ดังเดิมอีกครั้ง 

   
               ยังไม่สายเกินไปสำหรับรัฐบาลที่จะเร่งลงมือกอบกู้ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมน้ำท่วมขังเพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้ลงมือเพาะปลูกพืชพันธุ์ได้ในเร็ววัน อย่างแรกสุดที่จะต้องทำทันทีก็คือ เอาจริงเอาจังกับงานชลประทาน ที่จะต้องเร่งระบายน้ำทุ่งปริมาณมหาศาลลงระบบคูคลองหนองบึงด้วยสรรพกำลังเท่าที่มีอยู่ทั้งหมด มิใช่ปล่อยไปตามยถากรรมหรือว่ารอให้ระดับน้ำลดลงเองโดยแสงแดดและแรงลม เช่นนั้นแล้ว รัฐบาลก็จะได้ชื่อว่า ละเว้นหน้าที่และทอดทิ้งประชาชนอย่างไม่ต้องสงสัย