คอลัมนิสต์

ส่งท้ายปีเก่ากับการโยกย้ายนายตำรวจ

ส่งท้ายปีเก่ากับการโยกย้ายนายตำรวจ

14 ธ.ค. 2554

ส่งท้ายปีเก่ากับการโยกย้ายนายตำรวจ : กระดานความคิด โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

                “จับผู้ร้ายนั้นไม่ถือเป็นความชอบ แต่เป็นการทำหน้าที่ให้ครบถ้วนเท่านั้น แต่จะเป็นความชอบ ก็ต่อเมื่อได้คุ้มครองป้องกันเหตุร้ายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในท้องที่นั้นให้อยู่เย็นเป็นสุข” ความตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ่งสำคัญคือ การเน้นย้ำว่า การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการรอให้เหตุร้ายเกิดขึ้นแล้วทำการปราบปราม จับกุม
   
              “ผมว่า ตำรวจมันก็กลัวพวกเราเหมือนกันนะ” ชายฉกรรจ์พูดขึ้นเมื่อเห็นสายตรวจ 2 นาย ขี่รถจักรยานยนต์เปิดไฟวับวาบที่ติดอยู่ด้านข้างของรถจักรยานยนต์ผ่านไป เหตุผลเบื้องหลังที่มาของความคิดว่าตำรวจคงจะกลัวพวกเขาอยู่บ้างเกิดขึ้นจากการที่หน่วยงานตำรวจเปลี่ยนแปลงสภาพรถสายตรวจจักรยานยนต์ โดยการนำไฟวับวาบมาติดที่ด้านข้างรถ “มึงคิดดูสิ มันขี่มาสภาพนี้ เราเห็น เราจะอยู่ให้มันจับเหรอ” ชายหนุ่มคนเดิมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่า ตำรวจก็กลัวอันตรายจากผู้กระทำผิดเหมือนกัน การเปิดไฟวับวาบเป็นวิธีการในการป้องปรามการกระทำผิด โดยวิธีคิดเช่นนี้มาจากฐานความเชื่อที่ว่า เมื่อบุคคลจะกระทำความผิด หากเห็นสัญลักษณ์ของตำรวจก็จะหยุดยั้ง ระงับ หรือหลีกเลี่ยงการกระทำผิดนั้น ดังนั้นวิธีการนี้จึงมีประสิทธิผลเพียงยับยั้งชั่วคราวเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่รถตำรวจขับขี่ผ่านไปเท่านั้น มิได้มีสิ่งที่ยืนยันว่า เมื่อตำรวจขับผ่านไปแล้วจะไม่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
   
              “นาย...ผมว่าเราไล่จับมันจะง่ายกว่านะ” นายตำรวจมือปราบเล่าให้ดิฉันฟังถึงวิธีคิดของตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่คุ้นชินอยู่กับการทำงานปราบปรามมากกว่างานป้องกัน “เราต้องการโครงการที่ป้องกันจริงๆ ป้องกันก่อนที่เขาคิดจะไปทำผิด” นายตำรวจใหญ่บอกเล่าเป้าหมายของโครงการ
   
              "ถ้าย้าย...ก็เอาไปทำที่อื่น” นายตำรวจตอบคำถามของดิฉันเมื่อดิฉันตั้งคำถามว่าโครงการดีๆ อย่างนี้ จะทำต่อหรือไม่หากผู้นำโยกย้าย คำตอบที่ได้รับไม่ได้สร้างความประหลาดใจแก่ดิฉัน เนื่องจากประสบการณ์ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับความรุนแรงและวัฒนธรรมการทำงานในโลกของตำรวจนั้น ดิฉันพบว่า โครงการดีๆ วิธีการทำงานดีๆ หายไปพร้อมๆ กับคำสั่งแต่งโยกย้ายคนดีๆ ออกจากพื้นที่ วัฒนธรรมดังกล่าวยืนยันว่า ความสามารถของผู้นำหน่วยมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพราะเมื่อเปลี่ยนแปลงให้ผู้นำที่มีศักยภาพและความทุ่มเทใส่ใจต่ำกว่ามาทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์แทน ความปลอดภัยในสังคมก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สภาพสังคมเสี่ยง (risk society) ในรูปแบบต่างๆ ปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน อาทิ สถานบันเทิง ร้านเหล้าริมทาง โต๊ะสนุ้ก แหล่งพนันประเภทต่างๆ ตลอดจน ภาวะประเจิดประเจ้อในการเสพและจำหน่ายยาเสพติด เป็นต้น
   
              “ม้าพยศ...มันต้องการคนขี่ที่มีฝีมือ” นายตำรวจใหญ่แสดงทัศนะในการปกครองบังคับบัญชาผ่านความเชื่อที่ว่า ตำรวจที่มีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น ต้องรู้เท่าทันโลกและวิธีคิด เหลี่ยมคมของเหล่าบรรดาผู้กระทำผิดด้วย ดังนั้นในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่จะเกิดขึ้นในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ประชาชนคนไทยคงได้ได้รับของขวัญจากนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยในการส่งนายตำรวจที่ดีๆ เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน โดยที่เหล่าบรรดาตำรวจผู้ปฏิบัติงานรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นายดีๆ แทนการเปล่งเสียง ”ยี้”!