คอลัมนิสต์

กฎเหล็กของป.ป.ช.บททดสอบรัฐบาล

กฎเหล็กของป.ป.ช.บททดสอบรัฐบาล

13 ธ.ค. 2554

กฎเหล็กของป.ป.ช.บททดสอบรัฐบาล : บทบรรณาธิการ

               ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของประเทศไทยที่ใช้เวลามานานในการพยายามแก้ไข คือการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมีเกิดขึ้นสม่ำเสมอทั้งในระดับรัฐบาลโดยนักการเมือง แม้กระทั่งในวงราชการจากบรรดาเจ้าหน้าที่ข้าราชการทั้งหลาย รวมไปถึงระดับปกครองท้องถิ่นก็มีการทุจริต ทำให้ประเทศสูญเสียงบประมาณไปจำนวนมากแทนที่จะนำมาพัฒนาประเทศได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะมีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบและไต่สวน ดังคดีที่เกิดขึ้นหลายๆ คดีสำคัญและจับกุมผู้กระทำผิดทุจริตต่อหน้าที่ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นระดับตัวเล็กๆ ไม่ใช่ระดับบิ๊ก หรือนักการเมืองตัวเป้ง และที่น่าเป็นห่วง คือการพบผลสำรวจจากกลุ่มเยาวชนของไทยมีแนวโน้มที่มีทัศนคติรับได้นักการเมืองโกง ถ้าตนเองได้รับผลประโยชน์ร่วมด้วยผ่านทางนโยบายหรือประชานิยมก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติทัศนคติของคนรุ่นใหม่


               องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย(Transparency Thailand) ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจำปีพ.ศ.2554 เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้พบว่า ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนนอยู่อันดับที่ 80 จากการจัดอันดับทั้งหมด183 ประเทศทั่วโลกและอยู่อันดับที่ 10 จาก26 ประเทศในภูมิภาคเอเชียโดยประเทศไทยมีคะแนนเท่ากับประเทศโคลัมเบีย เอลซัลวาดอร์ กรีซ โมร็อกโก และเปรู ซึ่งการที่ประเทศไทยได้คะแนนไม่ถึงครึ่งหนึ่งหรือ 5 คะแนน ย่อมตอกย้ำให้ตระหนักถึงความรุนแรงของการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้น ดังนั้นทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ภาคเอกชน และสังคม ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีระบบตรวจสอบที่ถูกต้องเป็นธรรม และต้องแก้ไขที่ระบบความคิดความเชื่อให้คุณค่าต่อความดีมากกว่าความร่ำรวยที่ไม่คำนึงถึงวิธีการ


               กรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ได้กำหนดมาตรการและหลักเกณฑ์ในการปราบปรามคอรัปชั่น คือประกาศ ป.ป.ช.ที่ออกภายใต้มาตรา 103/7 โดยให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยราคากลาง และการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกำหนดราคากลางที่โก่งขึ้นไป ถือเป็นการสกัดช่องทางทุจริต และอีกประการ คือหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป ในส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ต้องยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร ซึ่งมาตรการดังกล่าวนับเป็นมิติใหม่ที่ดีในการสร้างความโปร่งใส ขจัดต้นตอของการคอรัปชั่น


               มาตรการและหลักเกณฑ์ของป.ป.ช. ได้รับการตอบรับจากภาคเอกชนและกลุ่มสมาคมวิชาชีพอย่างมาก เพราะโดยเบื้องลึกแล้วไม่มีใครอยากทุจริตโกงบ้านเมือง และมาตรการดังกล่าวนี้ รัฐบาลและพรรคการเมืองต้องออกมาสนับสนุน รวมทั้งต้องดำเนินการปฏิบัติจริงจัง ไม่มีการลูบหน้าปะจมูก และนี่จะเป็นบททดสอบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะปราบทุจริตโกงกินดังคำที่ประกาศไว้ต่อคนทั้งชาติได้จริงเท็จแค่ไหน