คอลัมนิสต์

คนขอบกรุงตะวันตก

คนขอบกรุงตะวันตก

09 ธ.ค. 2554

คนขอบกรุงตะวันตก : กระดานความคิด โดย แคน สาริกา

                ประสบการณ์ตรงในชีวิตที่ต้องจดจำไปอีกนาน หลังจากหอบหิ้วชีวิตมาอาศัยอยู่ในฝั่งธนบุรีนานกว่าสิบสี่สิบห้าปีคือ เหตุการณ์น้ำท่วมบ้าน
   
               จากวันที่น้ำเข้ามาเยี่ยมหมู่บ้าน จนถึงวันที่นั่งเขียนต้นฉบับอยู่นี้เป็นเวลาเดือนเศษ น้ำยังท่วมขังถนนภายในหมู่บ้านประมาณ 40 ซม. แต่ในตัวบ้านพักนั้น น้ำแห้งแล้ว กำลังอยู่ในช่วงเร่งทำความสะอาดบ้าน ขณะที่ถนนหนทางโดยรอบ ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว หลายชุมชนที่ถูกน้ำท่วมก็แห้งสนิท
   
               สาเหตุที่หมู่บ้านของผมน้ำขังอยู่นาน เพราะถูกบังคับให้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หลังจาก กทม.มีการปรับขยายถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แถมด้านข้างหมู่บ้าน ขนาบด้วยทุ่งร้าง จึงกลายเป็นที่พักน้ำ ตอนที่คณะกรรมการหมู่บ้านพยายามสูบน้ำลงท่อระบายน้ำ ก็เหมือนสูบน้ำออกจากแก้มลิงธรรมชาติข้างหมู่บ้านด้วย
   
               จากน้ำท่วมแถวถิ่นที่ผมพักอาศัยอยู่ ทำให้มีข้อสังเกตประการหนึ่งว่า ชุมชนใดเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็จะกลายเป็นที่พักน้ำหรือแก้มลิงไปโดยปริยาย และเหตุนี้เองที่ผมค่อนข้างไม่ค่อยเชื่อคำพยากรณ์ของ "กูรูน้ำ" บางคนว่า มวลน้ำจะข้ามถนนพระรามที่ 2
   
               เนื่องจากมวลน้ำได้พบกับ "แก้มลิงหมู่บ้านจัดสรร" มากมายในแถวถิ่นทวีวัฒนา บางแค หนองแขม และบางบอน จึงไม่ดิ้นรนที่จะไปทุบสถิติท่วมถนนพระรามที่ 2 หลังจากท่วมเส้นทางสายหลัก อย่างถนนพหลโยธิน ถนนสายเอเชีย ถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มาแล้ว
   
               ที่ตลกร้ายคือ น้ำทางตะวันตกไปไม่ถึงสถานีสูบน้ำคลองมหาชัย จึงทำให้ระบบระบายน้ำไม่เป็นไปตามที่กรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำ กทม. คาดหวังไว้ก่อนหน้านั้น
   
               สุดท้ายก็ต้องรอคอยวันที่คลองทวีวัฒนา และคลองภาษีเจริญ มีมวลน้ำต่ำกว่าตลิ่งตามธรรมชาติน้ำขึ้น-น้ำลง จึงระบายน้ำลงคูคลองได้เร็วขึ้น
   
               วันก่อน ผมอ่านบทสัมภาษณ์คุณรอยล จิตรดอน หนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ซึ่งอธิบายถึงขีดความสามารถของคลองต่างๆ ที่จะส่งน้ำไปที่สถานีสูบน้ำปลายทางได้ แต่ปีนี้มีปัญหาการส่งน้ำลงทะเล จึงต้องหาทางแก้ไข
   
               "ฝั่งตะวันตก ที่มีคลองแนวตั้ง ทั้งคลองราชมนตรี คลองบางน้ำจืด ฯลฯ ก็จะต้องทำสถานีสูบน้ำเสริมด้านล่างตามแนวพระราชดำริ เพราะขณะนี้มีสถานีสูบน้ำที่คลองมหาชัยแห่งเดียว...รวมทั้งทำคลองแนวลึก คือการทำบล็อกคอนกรีตลึก 6-7 เมตร และมีคานด้านบน ทำให้ไม่ต้องเวนคืน เพราะเวนคืนแล้ววุ่นวาย แต่เป็นการลงทุนแนวลึกแทน"
   
               ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยกับ "คลองแนวลึก" เพราะดูตัวอย่างจากกรณีที่บริษัทสิงห์ชัยอุตสาหกรรม ร่วมแรงร่วมใจกับภาคเอกชนในมหาชัย ลงทุนทำคลองประดิษฐ์ช่วยการระบายน้ำที่คลองบางน้ำจืด ปรากฏว่าทำได้ไม่เต็มที่ เพราะน้ำมาไม่ถึงและไม่มากพอที่จะให้สูบลงแก้มลิงสนามไชย
   
               อันที่จริง แถวรอยต่อกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร มันมีคลองเล็กคลองน้อยเยอะ แต่คลองพวกนี้ไม่เคยมีการขุดลอก ถูกปล่อยปละละเลยให้กลายเป็นคลองตัน
   
               ทำนองเดียวกัน ต้องทำ "คลองลัดให้เป็นคลองลึก" ซึ่งคลองเหล่านี้มีอยู่มากใน อ.สามพราน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
   
               คุณรอยลเสนอว่า "คลองลัดต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ก็ทำให้ลึก หากขุดลึกไม่ได้ เพราะดินอ่อนก็ใส่คอนกรีต แต่ต้องไม่ให้น่าเกลียด อย่าเสริมให้สูง แต่ให้เหลือ อย่าพ้นตลิ่ง"
   
               เพียงแค่นี้ มันก็จะแก้ปัญหาระยะยาวได้ และอาจใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำ "ฟลัดเวย์" คู่ขนานแนวถนน หรือการเวนคืนที่ดินทำโครงการเจ้าพระยา 2
   
               บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ.นี้ อยากฝากถึงคนไทยทุกคนให้ช่วยกันรักษาคูคลอง และส่งเสียงให้ภาครัฐเร่งรัดขุดลอกคลองให้มากกว่าการทำถนนสายใหม่ๆ 
   
               หากภาครัฐภาคการเมืองเลิกวิธีคิดป้องกันน้ำท่วมแบบ "บ้านใครบ้านมัน" หรือ "ฐานเสียงใครฐานเสียงมัน" ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากใน พ.ศ.หน้า