
คำถามที่คนไทยต้องช่วยกันตอบ
คำถามที่คนไทยต้องช่วยกันตอบ : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี [email protected]
"สัญญาณ" ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมหามงคล กลายเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นพรั่นใจ ขัดแย้งกับความรู้สึก ความต้องการของประชาชนคนไทยอย่างสิ้นเชิง
การวางระเบิดที่เกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ ห่างจากหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาลประมาณ 200 เมตร ก็นับเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในจังหวะที่แรงเสียดทานในสังคมกำลังเข้มข้น
ถึงแม้ว่าลักษณะของระเบิดจะจงใจให้มีผู้พบเห็น และสังเกตได้ชัดเจนว่า นี่คือระเบิด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ปัญหาก็คือว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สิ่งที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นคำถาม ที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่อาชญากรรมธรรมดาทั่วไป หากแต่พุ่งไปที่เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ และทำไมต้องมาก่อเหตุในช่วงที่ประชาชนคนทั้งประเทศอยู่ระหว่างเฉลิมฉลอง
คำถามนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะตัวระเบิด หากแต่เลยไปถึงภาพรัชกาลที่ 8 ที่ปรากฏในหน้าเฟซบุ๊ก ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 ธันวาคม ว่าเป็น "ความผิดพลาด" หรือ "จงใจ"
ห้วงเวลาที่ภาพดังกล่าวปรากฏอยู่นั้นทำให้หลายคนไม่สบายใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับยิ่งลักษณ์ และยิ่งลักษณ์กำลังคิดอะไร
ถึงแม้ว่าในเวลาต่อมาจะมีการนำภาพนั้นออกจากเฟซบุ๊กของยิ่งลักษณ์ และมีการให้ข่าวว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษจากกรณีที่เกิดขึ้น แต่เรื่องที่ค้างคาใจประชาชนคนไทยก็คือ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากว่ายิ่งลักษณ์ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่เต็มเปี่ยมในขณะที่ส่งภาพนี้ขึ้นบนหน้าเพจที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว
เหตุผลที่ให้แก่ประชาชนคนไทยที่ยังกินข้าวกันอยู่ก็คือ เป็นความผิดพลาดของทีมงาน
ถามว่า นี่ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของยิ่งลักษณ์ ที่ต้องการเปิดรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เนื่องเพราะสำนึกตลอดเวลาว่าตนคือ ผู้นำประเทศอย่างนั้นหรือ
หรือหากใช้ทีมงาน นี่ก็คือ ที่ที่มีไว้สำหรับสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ผู้นำประเทศ หรืออาจต้องเป็นแหล่งข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ประชาชน "ทีมงาน" ที่มีอยู่ไม่ได้มีการกลั่นกรองกันบ้างเลยหรือว่า จะส่งอะไรออกไปถึงประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
จริงๆ แล้ว "ทีมงาน" ที่ดูแลเรื่องนี้ให้ยิ่งลักษณ์ มีอยู่จริงหรือไม่ ก็ไม่มีความกระจ่างอะไรออกมา
มีแต่เพียงว่า "ทีมงาน" ได้ถูกอัปเปหิออกไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับยิ่งลักษณ์ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย
นั่นคือการอธิบายของโฆษกรัฐบาล ซึ่งก็ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ชาวบ้านมากขึ้น
ตกลงไล่ทีมงานออกไป หรือปิดจ๊อบสำเร็จแล้ว ?
นอกจากสัญญาณเรื่องที่ว่าแล้วยังมีความสับสนกันในเรื่องการแสดงภาพ 4 มิติ เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง ที่ข่าวสารแรกๆ ที่ส่งมานั้นบอกว่าจะยาวกันไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมี และซาบซึ้งถึงสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำเพื่อพสกนิกรมานานกว่า 60 ปี
จู่ๆ ก็บอกว่าจบลงวันที่ 5 ธันวาคม
อย่าว่าแต่ประชาชนคนไทยในต่างจังหวัดเลยที่ไม่มีโอกาสชื่นชมพระบารมีผ่านเทคนิคตระการตา แม้แต่คนเมืองหลวงก็ยังไม่สามารถฝ่าการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก เพราะต่างก็มุ่งหวังจะได้ดูสักครั้งในชีวิต
เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องประหยัดหรือไม่ประหยัด แต่เป็นเรื่องของการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่คนไทยทั้งประเทศเคารพเทิดทูน
ชะรอยการจราจรที่ว่านั้นก็กระทบกับการเดินทางของยิ่งลักษณ์ไปด้วย เพราะทำให้กำหนดการ 19.09 น. ของค่ำวันที่ 5 ธันวาคมนั้น มีเหตุขลุกขลักไปบ้าง
งานมหามงคลเช่นนี้ไม่มีใครกล้าคิดว่า ฤกษ์ที่กำหนดไว้จะมีใครจงใจทำให้เคลื่อน
เช่นเดียวกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก็ขออย่าได้โยงใยไปถึงเรื่องเกมการเมืองที่ฝ่ายหนึ่งพยายามปิดวงล้อมให้ทุกฝ่ายเดินไปสู่การยอมรับให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม
ไม่ว่าจะเป็นคดีช่างภาพรอยเตอร์ส หรือคดี 91 ศพ น่าสังเกตว่าพนักงานสอบสวนพุ่งเป้าไปที่ตัวผู้นำ นั่นก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศอฉ.
ส่วนระดับคุมกำลัง ไล่ตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารบกลงมา ไม่...แม้แต่จะเอ่ยถึง
ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ มีคำยืนยันว่า ไม่มีคนชุดดำ ทั้งที่คลิปภาพ-เสียง ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกกันตั้งแต่วันแรกๆ ที่เกิดเหตุกระชับพื้นที่ที่สี่แยกคอกวัวที่เสียงของอริสมันต์ ประกาศปลุกใจคนเสื้อแดงก็ดังสนั่น
แล้ววันนี้ อริสมันต์ ก็กลับมาแล้ว
สัญญาณทุกอย่างออกมาเช่นนี้แล้ว ถามว่า นับจากนี้ไปประเทศไทยจะเป็นอย่างไร คนไทยจะก้าวผ่านสถานการณ์ที่ "น่าจะเกิดขึ้น" นั้นกันอย่างไร
รีบหาคำตอบกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้



