
ร่วมใจกันทำเพื่อพ่อ
ร่วมใจกันทำเพื่อพ่อ : บทบรรณาธิการ
เสียงที่เปล่งออกมาพร้อมๆ กัน "ทรงพระเจริญ" ของเหล่าพสกนิกรตลอดเส้นทางเสด็จจากพระบรมมหาราชวังไปยังโรงพยาบาลศิริราช ดังกระหึ่มไปไกลกว่าท้องสนามหลวง สีหน้าแววตาที่อาบไปด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจของประชาชนที่มารอเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พอจะทำได้ เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ และทรงพระเกษมสำราญ
ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ตลอดพระชนมายุของพระองค์ท่านนั้น "ทรงให้" สิ่งที่มากกว่าความรู้ มากกว่ากำลังใจ มากกว่าแรงบันดาลใจ จนกระทั่งเกิดมหาอุทกภัย ก็ยังทรงห่วงใยพสกนิกรมาโดยตลอด วันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ควรจะเป็นวันเฉลิมฉลองและพระราชทานพรแก่พสกนิกร แต่พระองค์ท่านได้พระราชทานสติให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่กำลังอ่อนไหวจากภาวะทุกข์ยากจากน้ำท่วมครั้งใหญ่และยาวนาน
"การใดที่เป็นความทุกข์ เดือดร้อนของประชาชน ทุกคน ทุกฝ่าย จึงต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องร่วมมือกันปฏิบัติแก้ไขให้เต็มกำลัง โดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนลำบากจากน้ำท่วม จึงขอให้ร่วมมือกันปัดเป่าแก้ไขให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว และจัดทำองค์การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน" พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่พลเรือน ทหาร ที่เข้าเฝ้าฯ นั้น ไม่ต่างไปจากการเตือนสติแก่บรรดาลูกๆ ที่กำลังสับสน ขัดแย้ง จนมองไม่เห็นทางแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
ไม่เพียงแต่เท่านั้น พระองค์ท่านยังทรงเห็นถึงความยากลำบากของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศด้วยว่า "จะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้งานที่ทำบรรลุผล เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน" แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ระดับประชาชนไปจนถึงระดับชนชั้นปกครอง ซึ่งประชาชนคนทั่วไปนั้น รู้ดีว่า ปัญหาระดับสูงขึ้นไปนั้นยากที่จะไกล่เกลี่ยแก้ไข หากว่าไม่มีองค์กรหรือหน่วยงาน หรือบุคคลผู้มีบารมียื่นมือมาไกล่เกลี่ยปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะมีแต่เพิ่มมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น จนยากที่จะสะสางแก้ไข
พระราชดำรัสอันล้ำค่าคราวนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เช่นเดียวกับกลุ่มบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ นั้นบางคนก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรก แต่ทุกคนต่างก็รับรู้ถึงความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกร แต่ที่ผ่านมาเมื่อรับฟังไปจะมีสักกี่ครั้งที่นำไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ในปีมหามงคลปีนี้น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะลงมือปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกรัฐมนตรี ต้องนำคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ หัวหน้าพรรคนำนักการเมืองในสังกัด ข้าราชการทุกหมู่เหล่านำผู้ใต้บังคับบัญชา ร่วมมือร่วมใจเป็นกำลังใจให้กันและกันฝ่าฟันอุปสรรคทั้งอุทกภัย และความแตกแยกในบ้านเมืองให้สามัคคีปกติสุขกันถ้วนหน้า



