เหลือบหลังน้ำลด
เหลือบหลังน้ำลด : บทบรรณาธิการ
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ห้วงระยะเวลาของการบูรณะฟื้นฟูและเยียวยา ความเสียหายทั้งด้านต่างๆ จากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี เริ่มตั้งแต่ระดับบุคคล บ้านเรือน ชุมชน จนถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งย่านการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร และงบประมาณจำนวนมหาศาล กว่าทุกอย่างจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ พร้อมๆ กับอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลเองก็ต้องเร่งวางแผนงานรับมือไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีกในปีหน้าหรือในปีต่อไป นั่นหมายถึงว่า นอกจากงบประมาณซ่อมแซมแล้ว รัฐบาลก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมทั้งระบบสาธารณูปโภค และการวางหลักปักฐานเครื่องมือป้องกันภัยเป็นการถาวร
กล่าวสำหรับงบประมาณในด้านบูรณะฟื้นฟู ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง การคมนาคม ระบบไฟฟ้า สาธารณประโยชน์อื่นๆ เช่น วัด โรงเรียน โบราณสถาน เหล่านี้ล้วนต้องใช้งบประมาณมากมาย และจะต้องมีเรื่องของการประมูลจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับแผนงานป้องกันภัยในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคูคลองระบายน้ำ บูรณะหนองบึงเพื่อใช้เป็นแก้มลิง สร้างและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำถาวร ประตูระบายน้ำ เรียกได้ว่าเงินงบประมาณจำนวนหลายแสนล้านบาท กำลังจะถูกนำมาใช้เพื่อการเหล่านี้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างเร่งด่วนเพื่อให้ทันกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและป้องกันภัยในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานั้นเคยมีบทเรียนอยู่เสมอๆ ว่า ในสังคมไทยที่ระบบธรรมาภิบาลยังกะปลกกะเปลี้ยอยู่นี้ การประมูลจัดจ้างโครงการใหญ่หรือเมกะโปรเจกท์มักจะไม่โปร่งใสและมีเรื่องคอรัปชั่นโกงกินเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ่อยครั้ง กล่าวสำหรับการบูรณะฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะถนนหนทางต่างๆ ทั้งสายหลักและสายรอง ที่เสียหายยับเยิน อาจจะเปิดช่องให้เกิดทางลัดหรือวิธีพิเศษอันเอื้อให้เกิดการคอรัปชั่นโกงกินเงินงบประมาณแผ่นดินขึ้นได้ง่าย
ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับแผนงานป้องกันอุทกภัยที่เป็นถาวรวัตถุ นับตั้งแต่โครงการย่อยๆ อย่างประตูระบายน้ำ พนังกั้นน้ำ จนถึงโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะถูกนำเสนออย่างเช่นฟลัดเวย์ หรือเขื่อนยักษ์กั้นน้ำทะเลบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา นอกจากจะต้องผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พึงต้องพิจารณาในด้านความเหมาะสมของงบประมาณและความคุ้มค่าด้วยเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่า มีเสียงจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจำนวนไม่น้อย ที่สนับสนุนให้บูรณะฟื้นฟูคูคลองและแก้มลิงขึ้นมาแทน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่อาจจะสูญเปล่าเพราะไม่สามารถป้องกันภัยน้ำท่วมได้จริง ทั้งหมดนี้รัฐบาลตลอดจนองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบจะต้องดูแลให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส และยังประโยชน์แก่ประเทศชาติให้มากที่สุด



