คอลัมนิสต์

'กองทัพเรือ'ปักหลักสู้มหาอุทกภัย

'กองทัพเรือ'ปักหลักสู้มหาอุทกภัย

05 ธ.ค. 2554

"กองทัพเรือ"ปักหลักสู้มหาอุทกภัย : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง

          แม้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมจะคลี่คลายไปมากแล้ว แต่หลายพื้นที่ใน จ.ปทุมธานี นนทบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ ทิศเหนือ และฝั่งธนบุรี ยังคงมีน้ำท่วมสูง ขณะที่กำลังพลทุกเหล่าทัพก็ยังคงออกช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้ง "กองทัพเรือ" ที่ระดมกำลังออกช่วยเหลือประชาชนมานานกว่า 2 เดือนแล้ว

          พล.ร.ต.ประพฤติพร อักษรมัต เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กล่าวถึงภารกิจของกองทัพเรือว่า ทร.ได้เตรียมการมาตั้งแต่ช่วงที่มีฝนตกสะสมเหนือเขื่อนจำนวนมาก และมีน้ำท่วมภาคเหนือตอนล่างในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

          พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งการให้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ศบภ.ทร.) มี ผบ.ทร.เป็นผู้บัญชาการศูนย์ โดยมอบหมายให้หน่วยขึ้นตรง ทร.ไปเตรียมภารกิจ เช่น ฝ่ายกำลังพล จัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ออกไปช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น

          ภารกิจแรกๆ ที่ ทร.ดำเนินการ คือ การเข้าร่วมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำที่มี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน โดยมี "กรมอุทกศาสตร์" เข้าไปช่วยพยากรณ์สถานการณ์น้ำ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ยังไม่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

          ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้มอบภารกิจในการระบายน้ำผ่าน "คลองลัดโพธิ์" โดย ทร.จัดเรือรบหลวง (ร.ล.) 2 ลำ คือ ร.ล.แสมสาร และ ร.ล.แรด ร่วมกับเรือการท่าเรือแห่งประเทศไทย 3 ลำ และเรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1 ลำ ช่วยผลักดันน้ำ

          ด้านกรมการขนส่งทหารเรือ จัดเรือ 4 ลำ ผลักดันน้ำบริเวณสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธ) ขณะที่ ร.ล.กลึงบาดาล และ ร.ล.มารวิชัย ช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีน และศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติ ทัพเรือภาคที่ 1 ประสานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จัดเรือประมาณ 100 ลำ ผลักดันน้ำในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร

          นอกจากนี้ ยังจัดเรือผลักดันน้ำ 24 ลำ ช่วยเร่งระบายน้ำในคลองทั้งฝั่งตะวันออก และตะวันตกของ กทม.

          "ภารกิจดังกล่าวกองทัพเรือได้เริ่มเตรียมการมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน หรือก่อนน้ำท่วมประมาณ 3-4 อาทิตย์" พล.ร.ต.ประพฤติพรกล่าวถึงการเตรียมพร้อมของ ทร.

          ส่วนภารกิจช่วยเหลือประชาชนได้เริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจุดแรกที่เข้าไป คือ อ.บางปะหัน มหาราช พรหมบุรี โดย ทร.เป็นหน่วยแรกที่เข้าไปอพยพประชาชนประมาณ 600 ครัวเรือน และผู้สื่อข่าวที่ติดอยู่ในน้ำที่สูงถึง 1.5 เมตร ใน อ.บางปะหัน โดยใช้เรือยางติดเครื่องยนต์ 4-5 ลำ และรถบรรทุกทหาร 6 คัน

          ภารกิจดังกล่าวมีการสนธิกำลังจากหลายหน่วย เช่น กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมก่อสร้างพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ "มนุษย์กบ" กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นต้น ใช้กำลังพลทั้งสิ้นกว่า 400 นาย

          ต่อมา ทร.ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในเขตเกาะเมือง และอ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากต้องปฏิบัติงานในแม่น้ำ 3 สายที่ไหลเชี่ยวกราก โดยใช้ "เรือปฏิบัติการพิเศษ" บรรทุกกำลังพล และเรือยางออกไปช่วยเหลืออพยพ และแจกถุงยังชีพ

          จากนั้นสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มหนักขึ้นใน จ.นนทบุรี และฝั่งธนบุรี โดย ทร.รับผิดชอบพื้นที่ 16 เขต คือ ธนบุรี บางกอกใหญ่ คลองสาน ตลิ่งชัน บางกอกน้อย บางขุนเทียน ภาษีเจริญ หนองแขม ราษฎร์บูรณะ บางพลัด จอมทอง บางแค บางนา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางบอน และ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

          นอกจากนี้ ทร.ยังมีภารกิจป้องกันหน่วยที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น กองบัญชาการกองทัพเรือ กรมอู่ทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ฯลฯ รวมทั้ง รพ.ศิริราช โดยทำแนวป้องกันในระดับความสูง 3 เมตร

          "เราทำงานกันทุกวัน ไม่หยุดเสาร์-อาทิตย์ ผบ.ทร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุทกศาสตร์ จะประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันทุกเช้า โดยรถทหาร 15-20 คัน พร้อมเรือท้องแบน ยังออกไปแจกถุงยังชีพทุกวัน โดยระยะทางไปฝั่งธนบุรี ใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง บางครั้งก็เลยไปถึงบางใหญ่ และบางบัวทองด้วย"

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำลังพลต้องตรากตรำทำงานมายาวนานถึง 2 เดือน ผบ.ทร.จึงกำชับให้ดูแลกำลังพลและครอบครัวด้วย โดยเหตุอุทกภัยในครั้งนี้มีกำลังพล ทร.ได้รับผลกระทบ 5,642 นาย และมีหน่วยงานในสังกัด เช่น กรมยุทธศึกษาทหารเรือ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ฯลฯ ถูกน้ำท่วมด้วย

          "ผบ.ทร.เป็นห่วงกำลังพลมาก กำลังพลของเราถูกใช้ไปมากกว่า 4,000 นาย ท่านจึงเน้นย้ำให้จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคให้อย่างเพียงพอ รวมทั้งให้ดูแลสุขภาพจากการที่ต้องลุยน้ำหรือขับเรือนานๆ รวมทั้งกำชับให้มีมาตรการเยียวยาฟื้นฟูกำลังพลด้วย โดยคนของเราต้องได้รับการช่วยเหลือก่อน ถึงจะพร้อมในการช่วยคนอื่นได้"

          พล.ร.ต.ประพฤติพรฝากประชาสัมพันธ์ว่า การบริจาคเงิน หรือถุงยังชีพยังมีความจำเป็นอยู่ โดยประเมินว่า อีกประมาณ 2-3 อาทิตย์ สถานการณ์น่าจะคลี่คลายลง

          ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 115-2-14322-6 ชื่อบัญชี ศูนย์รับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและภัยหนาวของกองทัพเรือ โทรศัพท์ 0-2475-5683

          หรือเข้ามาบริจาคสิ่งของได้ที่กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ (ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช เขตพระนคร กทม. โทรศัพท์ 0-2475-3036, 0-2475-3022 และฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. โทรศัพท์ 0-2475-5327, 0-2475-4943 โดยสามารถเข้ามาบริจาคได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

...................

(หมายเหตุ : ตะลุยกองทัพ : "กองทัพเรือ"ปักหลักสู้มหาอุทกภัย โดย ทีมข่าวความมั่นคง)