คอลัมนิสต์

บูรณาโกง

บูรณาโกง

01 ธ.ค. 2554

บูรณาโกง : บทบรรณาธิการ

                 การปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ทำให้คดีอาชญากรรมธรรมดาๆ เรื่องหนึ่ง บานปลายกลายเป็นคดีที่มีเงื่อนงำ และอาจนำไปสู่การกล่าวหานายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ว่ามีพฤติการณ์ทุจริต คอรัปชั่น โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ทางราชการ โดยเฉพาะเส้นทางชีวิตการรับราชการของนายสุพจน์ ที่เกี่ยวพันกับการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการนับเป็นร้อยล้านพันล้าน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการก่อสร้าง อันเป็นที่รับรู้กันโดยปกติแล้วว่า มีการจ่ายเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ตามมูลค่าของงาน มากน้อยแล้วแต่นโยบายของรัฐบาลแต่ละยุค เหตุที่ต้องกล่าวถึงนักการเมืองนั้น ก็เพราะการทุจริต คอรัปชั่นในโครงการขนาดใหญ่ นักการเมืองในฐานะผู้กำกับนโยบายจะต้องมีส่วนได้รับการจัดสรร แบ่งปันผลประโยชน์เสมอ

                 หลายปีที่ผ่านมานักการเมืองต้องกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริต คอรัปชั่น ที่เป็นผลมาจากการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนหนึ่ง กรณีของนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คดีทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ กรณีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงโทษจำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้ผู้อื่นร่วมออกโฉนดที่ดินนับพันไร่ ทับคลองสาธารณประโยชน์และที่เทขยะมูลฝอย แล้วนำไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ เพื่อก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผู้ล่วงลับ ก็ได้ชื่อว่าเป็นตำนานแห่งการทุจริต คอรัปชั่น ที่สร้างความร่ำรวยมหาศาลในเวลาต่อมา แต่สำหรับข้าราชการประจำ มักไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวมากนัก

                 น่าสนใจว่าเมื่อมีการรณรงค์จัดตั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น ซึ่งก่อตั้งโดยนายดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีองค์กรธุรกิจจำนวนมากเข้าร่วมเป็นเครือข่าย ด้วยตระหนักว่า การทุจริตคอรัปชั่นเป็นตัวเหนี่ยวรั้งความเจริญ ก้าวหน้าของประเทศชาติอย่างไร แต่ไม่ปรากฏว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวนไม่กี่รายที่ได้รับงานจากรัฐบาลเข้าร่วมแต่อย่างใด นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ผู้ถูกกล่าวหา ก็นับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่มนี้ ครั้งสุดท้าย คือโครงการถนนปลอดฝุ่นตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย แน่นอนว่าการตั้งข้อสังเกตว่า หากมีกรณีทุจริต คอรัปชั่นเกิดขึ้นจริง คงไม่เพียงนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม หากยังต้องเกี่ยวพันไปถึงนักการเมืองผู้กำกับนโยบายด้วย ก็เป็นเรื่องที่หลายคนเชื่อ

                 ในเอเชียเท่าที่ปรากฏผลการสำรวจ ประเทศสิงคโปร์มีการทุจริต คอรัปชั่นน้อยที่สุด นั่นอาจเป็นภาพสะท้อนความเจริญ ก้าวหน้าของสิงคโปร์ ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ รองจากประเทศฟิลิปปินส์ บางประเทศ เช่นประเทศจีน ให้ความสำคัญกับการทุจริต คอรัปชั่นมาก หากพบข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ กระทำความผิดฐานคอรัปชั่น โทษคือการประหารชีวิต ประเทศไทยอาจจะยังห่างไกลจากจุดนั้น เพราะการทุจริตคอรัปชั่น กระทำกันอย่างเป็นขบวนการ เรียกว่าเป็นการบูรณาโกงจากหลายส่วน สังคมไทยกำลังจับตามองว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นความหวังเดียวในขณะนี้ จะสกัดกั้นและกระชากหน้ากากขบวนการบูรณาโกงครั้งนี้ได้หรือไม่