
ชาวบ้านรื้อบิ๊กแบ็กเพราะ'ไม่รู้อนาคต'
ชาวบ้านรื้อบิ๊กแบ็กเพราะ'ไม่รู้อนาคต' : กระดานความคิด โดย สุทธิชัย หยุ่น http://www.oknation.net/blog/black
มีคนถามว่าทำไมชาวบ้านหลายชุมชนที่น้ำยังท่วมจึงรวมตัวกันประท้วงด้วยความโกรธแค้น
คำตอบจากแกนนำหลายคนสั้นและง่ายๆว่า เพราะไม่รู้อนาคต
คำนี้มีความหมายลึกซึ้งเพราะสะท้อนว่าผู้บริหารวิกฤติไม่เข้าใจความรู้สึกที่มาจากคำว่า ไม่รู้อนาคต ซึ่งทำให้หมดสิ้น,ท้อแท้ และพร้อมจะทำอะไรก็ได้หากไม่มีคำตอบจากคนที่รับผิดชอบว่า อนาคต จะเป็นอย่างไรสำหรับชีวิตของพวกเขา
ความรู้สึกว่าไม่รู้อนาคต นั้นไม่มีแต่เฉพาะในหมู่คนไทยที่บ้านช่องยังถูกท่วมหนักและไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเท่านั้นหากแต่ยังเกิดกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการระดับชาติอีกด้วย
เพราะเมื่อไม่รู้ว่าทางการจะเอาอย่างไรจะเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยวิธีการอันใด และใครจะต้องทำอะไรบ้างในการแก้ปัญหาร้ายแรงขนาดนี้ ความรู้สึกในวงการก็คือ ไม่รู้อนาคต
คุณพยุงศักดิ์ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไปพูดในงานสัมมนาหัวข้อ ทิศทางเศรษฐกิจและธุรกิจไทยหลังวิกฤติน้ำท่วม ว่าขณะนี้ยังมีคำถาม3 ข้อคือ
1.ระดับน้ำจะลดลงเมื่อไร
2.มาตรการช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร
3.ปีหน้าน้ำจะท่วมอีกหรือไม่
ประธานส.อ.ท.บอกว่า รัฐบาลจะต้องตอบคำถามนี้ให้ชัดเจน และแผนการบริหารจัดการน้ำต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ และต้องโปร่งใสด้วย และต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
คุณพรศิลป์พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยไปในงานเดียวกัน บอกว่ารัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานกว่า 10 คณะ แต่ยังไม่สามารถอนุมัติได้แม้แต่โครงการเดียวถ้ารัฐบาลยังต้วมเตี้ยม ทุกคนก็ตายกันหมด ดังนั้นนายกฯ ต้องพูดให้ชัดว่าประเทศไทยต้องไม่มีน้ำท่วมอีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน...
ความจริง,ชาวบ้านนนทบุรี, ปทุมธานี และนครปฐม รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียงที่ยังเผชิญกับน้ำท่วมหนักหน่วงก็มีคำถามชุดเดียวกัน แต่ยังไม่มีคำตอบจากใครที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่จะต้องตอบ
เพราะ ความเชื่อมั่น นั้นจะต้องเกิดจากคนในบ้านก่อนหากคนไทยหลายส่วนบอกว่า ยังไม่รู้อนาคต ก็ย่อมจะไม่สามารถให้คนต่างประเทศที่เข้ามาทำมาหากินเชื่อว่าอนาคตของตนจะดีกว่าที่เห็นอยู่ในวันนี้
คำว่าไม่รู้อนาคตไม่ได้แปลว่าคนไทยคาดคั้นว่ารัฐบาลจะต้องบอกได้ชัดเจนว่าจะเกิดอะไรหรือไม่เกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้าแต่ที่ต้องการรู้ชัดเจนก็คือว่าผู้ที่มีความรับผิดชอบจะทำอย่างไร มีข้อมูลและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างไร และจะทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนในการพาประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติที่เผชิญอยู่
ที่สำคัญคือว่าไม่ว่าจะเป็นศปภ. หรือ กทม. หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวงนั้นมีความรู้ความเข้าใจตรงกันหรือไม่ อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในส่วนงานของตน และภาพรวมที่จะต้องขับเคลื่อนกันต่อไปอย่างคึกคักและต่อเนื่อง
ภาพที่เห็นทั้งในระดับชาวบ้านถึงผู้ประกอบการธุรกิจวันนี้ยังไม่มีแผนการเหล่านั้นและยิ่งเมื่อเห็นว่าการแก้ปัญหานั้นเป็นการทำเฉพาะจุด เฉพาะหน้าเพื่อระงับเสียงเรียกร้องโวยวายของคนเป็นกลุ่มๆ ที่มีปัญหาไม่เหมือนกันเท่านั้น แต่ไม่เห็นภาพใหญ่ของมาตรการที่จะบรรเทาทุกข์และนำพาประเทศออกจากหลุมดำที่เห็นอยู่เลย
นี่แหละคือสาเหตุที่ผู้คนหงุดหงิดและเดือดดาลจนเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกันโดยไม่ควรจะเกิด...เพราะคนเรานั้นเมื่อ ไม่เห็นอนาคต ก็ย่อมจะสิ้นหวังและพูดกันไม่รู้เรื่อง อย่างที่เห็นกัน
หวังว่ารัฐบาลจะตั้งตัวได้ในเร็ววันและนอกจากจะพยายามมองหา อนาคต ของตัวเองแล้วก็ต้องตอบคำถามหลักๆ ของประชาชนให้ได้...เพราะทุกคนย่อมต้องการ มีอนาคต ของตน
หาไม่แล้วประเทศชาติก็หาอนาคตไม่เจอเช่นกัน



