
กระจกเงาจากฝ่ายค้าน
กระจกเงาจากฝ่ายค้าน : บทบรรณาธิการ
แม้ว่าโดยรวมแล้วการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่มุ่งเน้นไปที่ความล้มเหลวของ ศปภ. ในการบริหารและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการแจกถุงยังชีพ การใช้อำนาจโดยมิชอบของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ที่มีทั้งการอภิปรายและนำเสนอคลิปวิดีโอมากมาย ไม่มีหรือไม่ใช่ข้อมูลใหม่ที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อน ซึ่งกรณีเช่นนี้ สังคมอาจมองได้สองประเด็นคือ ส่วนหนึ่งอาจเห็นว่า ฝ่ายค้านมุ่งเน้นดิสเครดิตรัฐบาลด้วยการตอกย้ำข้อมูลเก่าๆ ให้สังคมเห็นผิด กับอีกส่วนหนึ่งอาจมองว่า ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตัวแทนของปวงชนในสภาเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เสมือนเป็นผู้รวบรวมความเสียหายด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเป็นการวางบิลเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดจนจิตใจของผู้ประสบภัยทั้งหลาย
เสียงของรัฐบาลที่มีมากกว่าฝ่ายค้านชนิดท่วมท้นโดยที่ไม่มีปัจจัยการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลแทรกซ้อน จะไม่ทำให้ศึกการอภิปรายครั้งนี้ สร้างความระคายเคืองให้แก่ตำแหน่งของ พล.ต.อ.ประชา ด้วยจำนวนตัวเลข หากแต่ภาพที่พรรคฝ่ายค้านได้พยายามตอกย้ำกล่าวหาตลอดทั้งวันนั้น แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายเรื่องรัฐบาลและ ศปภ.ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า ไม่ได้เกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะเอกสารและคลิปวิดีโอที่เป็นใบเสร็จช่วยยืนยันการบริหารงานที่ผิดพลาด เช่นนี้แล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา จึงเปรียบเสมือนการตีกระทบถึงรัฐบาลที่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบร่วมในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรในฐานะของ ศปภ.ได้ มากกว่าที่จะมุ่งหวังให้ พล.ต.อ.ประชาพ้นไปจากตำแหน่ง
จากนี้จึงควรพิจารณาว่าการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน อยู่ในลักษณะของการ "ติเพื่อก่อ" หรือว่าต้องการเอาชนะคะคาน ซึ่งแม้ว่าในข้อพิจารณาแรกนั้นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล หรือแม้แต่ตัวรัฐมนตรีอาจจะไม่สามารถทำใจมองโลกในแง่ดีเช่นนั้นได้ หากแต่เมื่อการอภิปรายครั้งนี้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนได้รับรู้ร่วมกันก็คือ คุณประโยชน์ของการอภิปรายครั้งนี้ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีสามารถนำไปปรับปรุงเพื่อช่วยให้การบริหารงานเป็นไปอย่างราบรื่นและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาของการฟื้นฟูเยียวยานับจากนี้ รัฐบาลจะต้องบริหารงานโดยไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในทำนองเดียวกันนี้ขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นความไม่ชอบมาพากล การใช้อำนาจโดยมิชอบของนักการเมือง เพราะเวลานี้บ้านเมืองของเราบอบช้ำจากภัยพิบัติยับเยินเกินกว่าจะอนุญาตให้นักการเมืองสับเปลี่ยนกันเข้ามา "ทดลองงาน" ได้อีกต่อไปแล้ว



