
อย่ารอให้ร้องขอ
อย่ารอให้ร้องขอ : บทบรรณาธิการ
วันที่นายถิรชัย วุฒิธรรม แถลงข่าวเพื่อปกป้อง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แต่กลับไปแก้ผ้าบอกกับประชาชนทั้งที่เพิ่งพ้นภัยน้ำท่วม และที่กำลังสำลักน้ำอยู่ว่า ศปภ.ทำงานได้เพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ก็นับเป็นความจริงที่กระทบต่อศรัทธาประชาชนอย่างรุนแรงอยู่แล้ว ทั้งในแง่ของความรับผิดชอบ และในแง่ของการอาสาเข้ามาบริหารประเทศ
สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีแก่รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ที่จะกู้ความเชื่อมั่นศรัทธากลับคืนมา เพราะความสามารถในการจัดการน้ำ น่าจะทำได้ดีมากกว่าก่อนหน้านี้ เพราะไม่มีน้ำฟ้าลงมาแล้ว ปัญหามีเพียงแค่ว่า จะเอาน้ำออกจากพื้นที่หนึ่งไปที่ไหน และเร่งระบายออกได้อย่างไรเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่รับน้ำถัดมาให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ก็บรรเทาทุกข์ของคนที่จมน้ำอยู่ให้ได้มากที่สุด
ความชัดเจนในการบริหารจัดการน้ำและการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ทั้งของรัฐบาลที่ผ่าน ศปภ. และจากกรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องบอกกับประชาชนทั้งฝั่งที่จมน้ำและฝั่งที่แห้งแล้ว เมื่อไม่มีน้ำเหนือมาเติมความยากก็เพียงแค่การสูบน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งสามารถคำนวณได้อยู่แล้วว่า จะสูบน้ำเป็นปริมาณเท่าใดต่อวัน ส่วนการให้ความช่วยเหลือก็สามารถบอกกับประชาชนผ่านทุกสื่อได้ว่า จะมาขอรับเงิน 5,000 บาทได้ ต้องเอาเอกสารใดมาบ้าง หรือเป็นไปได้ทางการก็ไม่ควรนั่งสบายอยู่ในที่ว่าการอำเภอ หรือที่ทำการเขต แต่ควรจะเข้าไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่มีความสามารถในการเดินทางได้รับความสะดวกมากที่สุด
ในสถานการณ์วิกฤติรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องลดขั้นตอนตามระบบราชการอันยุ่งยากให้มากที่สุด อะไรที่อะลุ้มอล่วยได้ ก็ควรที่จะทำ อะไรที่เพิ่มภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐบ้างก็ควรจะต้องยอม หรือหากจำเป็นต้องเพิ่มลูกจ้างชั่วคราว เพื่อมาช่วยงานราชการในตรงนี้บ้าง ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด รวดเร็วที่สุด เรื่องการช่วยเหลือประชาชน ไม่ควรจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เหมือนที่ผ่านมา เพราะข้อมูลแต่ละพื้นที่นั้นมีมากพออยู่แล้วที่จะกำหนดจุดให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
ปัญหาการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ยังมีอยู่ แต่เรื่องนี้ หากรัฐบาลโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ก็เพียงแต่กำชับลงไปให้ทุกฝ่ายปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และติดตามงานให้มีความชัดเจน ก็จะแก้ปัญหาการให้ความช่วยเหลือตามสีเหมือนอย่างที่เคยตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะการลงมือปฏิบัติและการทำงานอย่างมืออาชีพเท่านั้นที่จะเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาให้กลับคืนมา



