
'ทอ.'ไม่ขาดใจฝ่าอุทกภัยบรรเทาทุกข์
'ทหารอากาศ'ไม่ขาดใจ ฝ่าอุทกภัย...บรรเทาทุกข์ : ตะลุยกองทัพ โดย อาคม ไชยศร
แม้พื้นที่ทั้งหมดของ "กองทัพอากาศ" จะจมอยู่ใต้น้ำ เช่นเดียวกับสนามบินดอนเมือง และบ้านเรือนประชาชนในละแวกใกล้เคียง ขณะที่กำลังพลและครอบครัวของกำลังพลก็ล้วนอยู่ในสถานะ "ผู้ประสบภัย" ไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป
แต่ทหารอากาศไม่เคยมองว่า ระดับน้ำจะเป็นอุปสรรคในการออกช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน แม้ว่าตัวเองและครอบครัวจะได้รับความทุกข์ร้อนไม่ต่างกันก็ตาม !!
พล.อ.ต.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวยืนยันว่า แม้น้ำจะท่วม แต่ทหารอากาศไม่เคยหยุดการช่วยเหลือประชาชน โดยกำลังพลของกองทัพอากาศยังคงทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่วันที่น้ำเริ่มท่วม เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
สำหรับความช่วยเหลือประชาชนโดยรอบกองทัพอากาศ โดยมีการจัด "รถบรรทุกทหาร" ประมาณ 4-5 คัน บริการรับส่งประชาชนในเส้นทาง ถ.พหลโยธิน ตั้งแต่สี่แยก คปอ.-ตลาดยิ่งเจริญ หรืออาจขับเลยไปถึงวงเวียนหลักสี่ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำบนถนน
นอกจากนี้ ยังมีบริการ "เรือยาง" ออกรับส่งประชาชนเช่นกัน โดยกองทัพอากาศได้รับบริจาคมา 4-5 ลำ และจะออกให้บริการเสริมในจุดที่ระดับน้ำลึกมาก และรถทหารเข้าไปไม่ถึง
ส่วนเรื่องการแจก "ถุงยังชีพ" กองทัพอากาศได้ให้ความช่วยเหลือทั้งครอบครัวของกำลังพล และประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ทั้งในฝั่งของ ถ.พหลโยธิน และ ถ.วิภาวดีรังสิต โดยกองทัพอากาศมีแฟลตทหารอยู่ที่ทุ่งสีกัน ซึ่งมีข้าราชการ และครอบครัวอยู่หลายพันคน
ทั้งนี้ เรื่องการแจกจ่ายอาหารช่วยประชาชน ทาง "กองพลาธิการทหารอากาศ" จะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีการประกอบอาหารเลี้ยงครอบครัวกำลังพล และประชาชนวันละประมาณ 3,000 กล่อง โดยมีการตั้งครัวอยู่ 2 จุด คือ 1.ทุ่งสีกัน และ 2.ดอนเมือง
"พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กำชับให้ดูแลครอบครัวของกำลังพลอย่างดีเช่นกัน เพราะเราก็ถือว่าเป็นผู้ประสบภัยด้วย และถ้าครอบครัวไม่ได้รับการดูแล กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะไม่มีกำลังใจ"
ขณะที่ "โรงพยาบาลภูมิพล" ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ แม้ระดับน้ำภายนอกจะท่วมสูง แต่ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนัก และต้องใช้เครื่องหายใจออกไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ก่อนหน้านี้แล้ว โดยปัจจุบัน รพ.ภูมิพล ยังรับผู้ป่วยฉุกเฉิน และให้พักค้างคืนเพียง 1 คืนเท่านั้น
พล.อ.ต.มณฑลกล่าวถึงภารกิจการบินว่า แม้น้ำจะท่วมท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) จนไม่สามารถใช้เป็นฐานปฏิบัติการได้ แต่ก็มีการใช้สนามบิน 3 แห่ง คือ 1.สนามบินสุวรรณภูมิ 2.สนามบินอู่ตะเภา 3.โรงเรียนการบินกำแพงแสน เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการแทน
"ภารกิจการบินของเรา โดยเฉพาะเครื่องบินลำเลียงซี 130 ยังมีอยู่เกือบทุกวัน ซึ่งมีทั้งการบินรับส่งผู้ป่วยหนัก ลำเลียงกำลังพล หรือบินรับส่งเสบียง เช่น เมื่อเร็วๆ นี้มีประชาชน จ.ปัตตานี ส่งอาหารฮาลาลมาช่วยชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ เป็นต้น"
ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังใช้เครื่องบิน 3 แบบ คือ 1.เครื่องบินดีเอ 42 จากกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ 2.เครื่องบินเอยู 23 จากกองบิน 2 จ.ลพบุรี 3.เครื่องบินนอร์แมด จากโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อปฏิบัติภารกิจ "ถ่ายภาพทางอากาศ" ด้วย
"แม้น้ำจะท่วมสนามบินทั้งหมด แต่เครื่องบินของเรายังสามารถปฏิบัติภารกิจได้เต็ม 100% โดย ผบ.ทอ. ได้สั่งการให้กำลังพลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการบินเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และถ้าจะลาหยุด จะต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่"
โฆษกกองทัพอากาศกล่าวว่า แม้กำลังพลของกองทัพอากาศจะมีไม่มาก โดยมีทหารกองประจำการออกไปช่วยเหลือประมาณ 1,000 นาย แต่เราก็ออกช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เรื่อยมาจนถึงพื้นที่รอบกองทัพอากาศ
"เราทำทุกอย่างทั้งกรอกกระสอบทราย กั้นกระสอบทราย เฝ้าคันกั้นน้ำ รับส่งประชาชน จากรถทหารที่เคยมี 40 กว่าคันก็ใช้งานหนักจนต้องส่งซ่อม และเหลือใช้เพียง 5 คัน ส่วนจุดไหนที่น้ำลึกมากๆ เราก็ช่วยจัดเรือต่อรถเข้าไปให้"
โฆษกกองทัพอากาศกล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังพลเริ่มกลับมาทำงานตามปกติแล้ว โดยใช้พื้นที่ของกองบัญชาการกองทัพอากาศ และหอประชุมกองทัพอากาศ เป็นสถานที่ทำงาน
"เราทำงานแบบลดรูป แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะปฏิบัติการทางอากาศ ซึ่ง ผบ.ทอ.กำชับว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ 100% และถึงแม้เราจะเป็นผู้ประสบภัย แต่การช่วยเหลือประชาชนต้องดำรงอยู่" โฆษกกองทัพอากาศกล่าวทิ้งท้าย
.....................
(หมายเหตุ - 'ทหารอากาศ'ไม่ขาดใจ ฝ่าอุทกภัย...บรรเทาทุกข์ : ตะลุยกองทัพ โดย อาคม ไชยศร)



