คอลัมนิสต์

วางปืนจับไม้พาย'สายตรวจเรือพาย'

วางปืนจับไม้พาย'สายตรวจเรือพาย'

19 พ.ย. 2554

วางปืนจับไม้พาย'สายตรวจเรือพาย': สารพันตำรวจ โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ : เรื่อง ธนาชัย ประมาณพาณิชย์ : ภาพ

           หลังเสร็จสิ้นภารกิจนำข้าวของขึ้นเรือยนต์ไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว... ตำรวจสายตรวจ สน.ร่มเกล้า ร่วม 10 นาย ต้องกลับมาฝึกทักษะการพายเรือจนมืดค่ำ !!
   
           เวลาแดดร่มลมตกบริเวณหมู่บ้านวัฒนา...ตำรวจสายตรวจพร้อมเพรียงกันอยู่ริมสระน้ำ จากชีวิตตำรวจสายตรวจที่คุ้นเคยกับการจับแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ จับพวงมาลัยรถยนต์ วันนี้พวกเขาต้องเปลี่ยนมาจับไม้พายลงเรือแทน ทว่าหลายคนไม่เคยพายเรือมาก่อน จึงต้องมีการฝึกฝนกันเสียก่อน โดยมี พ.ต.อ.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ รองผบก.น.3 มาคุมเข้มการซ้อมเรือด้วยตัวเอง พร้อมทั้งสอนเทคนิค 3 จังหวะ ในการงัดพายลงน้ำเพื่อให้เรือไปข้างหน้า พร้อมเคล็ดลับของการมองไปข้างหน้า อย่าสนใจมองแต่ไม้พาย ให้มองไปข้างหน้า ไม่นานทุกคนก็พายเรือได้
   
           แต่กว่าจะลงสนาม(น้ำ)จริงๆ ก็ต้องผ่านการฝึกภาคทฤษฎีบนบกกันเสียก่อน ...เรือไฟเบอร์สีดำลอยลำอยู่บนพื้นดิน ตำรวจสายตรวจเรือพายมือใหม่ต้องลงไปนั่งซักซ้อมท่วงท่า จังหวะ พายเรือจ้วงอากาศไปก่อนจนคุ้นเคย แล้วจึงช่วยกันยกเรือลงสระน้ำที่นิ่งสนิท พ.ต.อ.จิระศักดิ์ มีสัทธรรม ผกก.สน.ร่มเกล้า บอกว่า หากนำเรือไปลงแม่น้ำ ลำคลองจริงๆ น้ำจะเชี่ยว ซึ่งเรือไฟเบอร์จะมีน้ำหนักเบา หากพายไม่เป็น เรือจะหมุนคว้างบังคับทิศทางไม่ได้ เดี๋ยวจะจมน้ำกันไปเสียก่อนที่จะมีโอกาสไปช่วยเหลือคนอื่น
   
           "ตอนแรกก่อนที่จะลงน้ำก็ต้องมาพายบนบกเพื่อดูทักษะ ลีลาการจ้วงของแต่ละคนก่อน ก็มีแววอยู่หลายคน จากนั้นก็สอนจังหวะพาย ซึ่งมีอยู่สามจังหวะคือ "จับ-พาย-งัด" รวมถึงสอนเทคนิคต่างๆ อย่างการพายคนเดียวต้องนั่งตรงไหน ผ่อนน้ำหนักอย่างไร หรือถ้าพายอยู่แล้วมีเรือยนต์มาตีคู่เราต้องเอาหัวสู้คลื่น เพื่อไม่ให้คลื่นกระแทกข้างไม่ให้เป็นอันตรายต่อคนบนเรือ" ส.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขแทน ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ร่มเกล้า ครูฝึกจำเป็นของหลักสูตรเร่งรัด ที่เคยเป็นทหารเรือมาก่อน นำทักษะการพายเรือที่ติดตัวมาสอนให้แก่ตำรวจสายตรวจเข้าหลักสูตรพายเรือ บอกเทคนิคการพายเรือ
   
           เพียงไม่นาน สายตรวจเรือพายมือใหม่ ก็พายเรือได้กันทุกคน แต่อาจจะไม่ชำนาญนักแต่ก็พอจะพาเรือทะยานบนผืนน้ำออกไปตรวจตราทางน้ำได้ ขณะฝึกฝนพายเรือ เจ้าหน้าที่สายตรวจก็โชว์ความมั่นใจในการพายเรือแข่งกันเอง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการฝึกซ้อม แต่เมื่อรีบพายให้เร็วขึ้น กลับทำให้เรือเอียงไปเอียงมา หมุนวน ไม่ตรงเส้นทาง หรือบางลำที่พอจะพายเป็นก็ดูมีลีลาเชื่องช้าลอยลำอยู่กลางน้ำเรื่อยๆ มาเรียงๆ จนเรือลำอื่นของตำรวจสายตรวจ สน.ร่มเกล้า ที่แข่งกันมา นำเรือขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เรือของร้อยเวร จาก สน.อื่นๆ ซึ่งสวมเครื่องแบบเต็มยศ แอบมาฝึกพายเรือด้วยกันยังไม่ถึงฝั่ง !!!
   
           "เฮ้ย วันนี้จะกลับไหมเนี่ย" พ.ต.อ.จิระศักดิ์ ตะโกนแซว ร้อยเวรในเครื่องแบบที่พายเรืออ้อยอิ่งอยู่ในน้ำ สร้างบรรยากาศเคล้าเสียงหัวเราะคลายเครียดจากภารกิจที่เหนื่อยล้ามาตลอดวัน
     
           พ.ต.อ.จิระศักดิ์ บอกว่า สายตรวจเรือก็เหมือนกับสายตรวจรถ ถ้าขับความเร็วมากๆ ก็มองไม่เห็น ก็ไปแบบฝึกหัดพายเนี่ยแหละ ช้าๆ ให้เรือหมุนไปเรื่อยๆ ยิ่งช้าก็ยิ่งดี จะได้ตรวจทั่วถึง (ฮา) ทั้งนี้ ภารกิจในการออกตรวจในช่วงน้ำท่วมนี้ รถตำรวจสายตรวจหนึ่งคันต้องมีเรือหนึ่งลำ เมื่อขับมาเจอเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมก็ยกเรือเพื่อใช้ลงพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง และเมื่อมีประสบการณ์พายเรือแล้ว จะได้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านในการพายเรือรับส่งชาวบ้านด้วย ส่วนเรื่องการฝึกพายเรือ ตำรวจสายตรวจทุกคนสามารถมาฝึกพายเรือได้ที่นี่ได้ตลอด แต่พวก รองผกก.อย่าฝึกเลย เดี๋ยวหัวใจวายเปล่าๆ ตำแหน่งว่างอีก (อิอิ)