คอลัมนิสต์

อัปยศยิ่งลักษณ์

อัปยศยิ่งลักษณ์

17 พ.ย. 2554

อัปยศยิ่งลักษณ์ : บทบรรณาธิการ

            คำยืนยันว่าจะไม่มีการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย โดยจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อแรกเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น บัดนี้ ได้ประจักษ์ชัดแล้วว่า เป็นถ้อยคำที่ขอเพียงเอาตัวรอด หาได้มีความจริงใจที่จะรักษาคำมั่นสัญญาต่อประชาชนไม่ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีผ่านการพิจารณาลับ ร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.... มีเนื้อหาบางประการที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยตรง เช่น อายุเกิน 60 ปี โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และไม่ต้องได้รับโทษมาก่อน การผ่านร่างกฎหมายอัปยศครั้งนี้ ดำเนินการโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้เคยประกาศว่า เขาจะนำทักษิณกลับบ้าน นี่เป็นโอกาสทองของนักโทษหนีคดี และเป็นความเศร้าของคนไทย
   
          ไม่เคยปรากฏว่านักโทษหนีคดี เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ อันเป็นเหตุผลที่เรื่องราวการขอพระราชทานอภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หายไปกว่าสองปี ในยุคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หากเมื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ตายแล้วเหมือนเกิดใหม่ในพรรคเพื่อไทย มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม การขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเหตุผลการใช้ดุลพินิจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เป็นจุดเริ่มต้น ในการถางทางไปสู่อิสรภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเมื่อความชุลมุนวุ่นวายของคนไทยในเมืองเกิดขึ้นเพราะน้ำท่วมใหญ่ การฉกฉวยโอกาสก็เกิดขึ้น เหมือนเช่นที่คณะรัฐมนตรีได้ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ให้อำนาจเผด็จการปิดหนังสือพิมพ์มาแล้วก่อนหน้านี้
   
          สาระสำคัญโดยปกติในการพิจารณาว่าสามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นในยุคพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีการอภัยโทษ แก่ผู้ต้องโทษที่หลบหนี หรือไม่เคยรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา โดยส่วนใหญ่ผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับอภัยโทษ ต้องรับโทษคุมขังมาแล้วระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กฎหมายให้อำนาจ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ทำความเห็นประกอบฎีกา เพื่อเสนอไปยังสำนักพระราชวังว่า สมควรอภัยโทษหรือไม่ ทั้งนี้ การอภัยโทษ ถือเป็นพระราชอำนาจ ขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นรายบุคคลนั้น ผู้ต้องโทษหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง จะใช้สิทธิทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ผ่านเรือนจำหรือส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องก็ได้ เช่นสำนักราชเลขาธิการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รู้ดีว่าถ้าขอเฉพาะรายมีปัญหาการคัดค้านแน่นอน
   
          การเสนอเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเป็นอำนาจตรากฎหมายของฝ่ายบริหาร โดยอาศัยช่วงจังหวะวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็น ให้สำคัญผิดว่าเป็นการขอพระราชทานอภัยโทษในวาระปกติ และเป็นการเสนอเพื่อผู้ต้องโทษส่วนใหญ่ ที่มีความประพฤติดี เป็นนักโทษชั้นดี สมควรปล่อยตัว ให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในสังคมต่อไป แต่การซ่อนเงื่อนไขเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หลักเกณฑ์เช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก็คือความอัปยศของรัฐบาลนี้ ที่ไม่มีทางปฏิเสธเป็นอย่างอื่น