
วิกฤติชาติกับสื่อของรัฐ
รัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เผชิญวิกฤติร้ายแรงหลายครั้ง ครอบคลุมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง รวมทั้งตัวเองเกือบเสียชีวิต 2-3 ครั้ง เพราะถูกกลุ้มรุมโดยอันธพาลการเมืองเสื้อแดง หลังจากการควบคุมสถานการณ์โดยเจ้าหน้าที่ทหารแล้ว ยังขาดการอธิบาย
นั่นเป็นเพราะรัฐบาลยังไม่ใช้องค์กรสื่อของรัฐต่างๆ เพื่อทำงานเต็มที่ในการบอกกล่าวความจริงให้ประชาชนที่รับรู้ ยังปล่อยให้ขบวนการเสื้อแดงและเครือข่ายของ “ทักษิณ ชินวัตร” ใช้ข้อมูลเท็จใส่ร้าย หลอกลวงประชาชน และยังมุ่งสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองอีกต่อไป เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของคนเพียงกลุ่มน้อย
กองทัพ และนายทหารยังต้องรับภารกิจในการอธิบายให้ประชาชน กระจายไปในภาคอีสานและภาคเหนือ ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐ ซึ่งมีสื่อทุกประเภท ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และสถานีวิทยุ โทรทัศน์ของกองทัพ แต่ยังไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ตามที่ควรจะเป็น จะเป็นเพราะคนรับผิดชอบขาดความกล้าหาญ ทำงานไม่เป็นหรือไม่รู้จักหน้าที่ และระดับของวิกฤติที่ชาติต้องเผชิญ คงหวังให้ปัญหาสลายไปด้วยตัวเอง
ล่าสุดประเทศไทยกำลังเสี่ยงต่อการเผชิญกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จึงจำเป็นต้องใช้สื่อรัฐเช่นกัน แต่การเคลื่อนไหวยังล่าช้าอย่างน่าประหลาดใด เหมือนกับว่าไม่มีใครพร้อมจะรับผิดชอบ เมื่อเป็นเช่นนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์สมควรตัดสินใจเด็ดขาด ไม่เห็นแก่หน้าใครด้วยการสับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ หาคนมีความกล้าหาญ มีความสามารถมารับหน้าที่นี้เพื่อบรรเทาวิกฤติให้คลายลง ขจัดวิกฤติ ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศมีเวลาแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งต้องการใช้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีใครขัดขวางความพยายามการทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศ
ทุกวันนี้ยังไม่ใครอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เพราะคนซึ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้นในความล่าช้ากับการใช้สื่อของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหา หากพิจารณาว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้กุมอำนาจรัฐและสื่อของรัฐแล้ว ย่อมทำให้สงสัยว่า ทำไมจึงเพิกเฉยละเลยในการปฏิบัติงานด้านนี้ ทั้งๆ ที่ทุกคนในพรรครู้ดีว่า สงครามสื่อทุกรูปแบบนั้นเป็นตัวตัดสินในการกำหนดชัยชนะของผู้กุมข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะใช้เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ หรือให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนก็ตาม
แม้แต่คนในพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับถึงข้อบกพร่อง ความเสียหาย จากการไม่ใช้สื่อของรัฐให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อประชาชน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อผู้มีหน้าที่ทำงานไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา หรือเห็นความจำเป็น ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงนับตั้งแต่การเริ่มชุมนุมของคนเสื้อแดง การล่มประชุมอาเซียน และการจลาจล เผารถเมล์ ฆ่าคนกลางเมือง จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ถูกใส่ร้าย คนมีหน้าที่โดยตรงก็ยังไม่ยอมทำอะไร จึงต้องถามว่าใครจะรับผิดชอบกับความล้มเหลว



