คอลัมนิสต์

ไม่เด็ดขาดชาติไม่รอด

ไม่เด็ดขาดชาติไม่รอด

15 พ.ย. 2554

ไม่เด็ดขาดชาติไม่รอด : บทบรรณาธิการ

         การรื้อแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือ บิ๊กแบ็ก ที่ดอนเมือง เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และรัฐบาลไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความชัดเจน เด็ดขาด และการดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผลที่ออกมาตอกย้ำความสามารถของ ศปภ.และรัฐบาลในการแก้วิกฤติครั้งใหญ่ของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
   
         ยิ่งมีข่าวว่านักการเมืองคนดังอยู่ร่วมกับกลุ่มชาวบ้านที่มาพังแนวกระสอบยักษ์ สื่อหลายฉบับรายงานว่า นักการเมืองผู้นั้นอ้างว่าติดต่อกับ ศปภ.และได้รับการอนุญาตให้รื้อแนวกระสอบทราย ชาวบ้านก็คิดไปว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ฮือเข้ารื้อแนวเปิดทางน้ำที่ท่วมขังให้ทะลักเข้าถนนวิภาวดีรังสิต แต่เมื่อมีการถามไถ่ไปยัง ศปภ. หรือกระทั่งนายกรัฐมนตรี ก็ตอบตรงกันว่า ไม่ได้อนุญาตให้รื้อกระสอบยักษ์ คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้และจะทำอย่างไรกับส.ส.รายนี้
   
         นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังมีเรื่องของความพยายามที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนก็คือ การกู้ถนนเส้น 340 ที่ใช้ทั้งท่อและกระสอบทรายยักษ์ไปวางกั้นเพื่อเตรียมการสูบน้ำออกเปิดทางให้สัญจรก่อนที่ถนนสายพระรามที่ 2 จะถูกน้ำท่วมจนสัญจรไม่ได้ ความพยายามนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การด่วนไปให้คำมั่นสัญญามันเป็นแรงกดดันคนทำงาน เพราะสภาพความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายดังที่วาดฝัน ผลที่ออกมาก็คือรัฐมนตรีที่ไปให้คำมั่นสัญญาว่าวันนั้นวันนี้กู้ได้ ก็ต้องเลื่อนออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นย่อมหมายถึงความน่าเชื่อถือที่ถูกทำลายลงครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน
   
         ในสภาพที่น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ภาคกลางมาจ่อใจกลางเมืองหลวงอย่างนี้ รัฐบาล-ศปภ.และกรุงเทพมหานครควรจะมีแผนร่วมกันมานานแล้ว เพราะสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องของการขอความร่วมมือ แต่เป็นการบริหารภาพรวม และสั่งการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่รัฐบาลและ ศปภ.เองก็รู้ดีว่า ได้ดึงเอาอำนาจการควบคุมดูแล กรุงเทพมหานครไปหมดแล้ว การแก้ปัญหาจึงมีเพียงว่า ได้เรียกกรุงเทพมหานครมาชี้จุดที่ชัดเจนแล้วหรือยัง เมื่อได้ข้อมูลแล้วได้ตัดสินใจระดมสรรพกำลังไปจัดการให้เสร็จตามความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ แต่เท่าที่เห็น ศปภ.ผลักภาระนี้ไปให้กรุงเทพมหานครทั้งหมด ทั้งที่ปัญหาอย่างนี้ควรจะหมดไปนานแล้ว
   
         ถึงแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมีบุคลิกอ่อนไหวตามประสาหญิง แต่ในภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้ สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การมีคณะกรรมการที่เห็นแก่ประเทศชาติอย่างแท้จริงให้คำแนะนำปรึกษา สถานการณ์เช่นนี้หากยังรักชาติบ้านเมืองอยู่ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เพราะหากผู้นำไม่มีความเด็ดขาดบ้านเมืองก็ไม่รอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขตดอนเมืองก็จะเกิดขึ้นไปทั่วทุกที่ที่มีน้ำท่วมขัง และที่สำคัญอย่าเอาความเชื่อมั่นไปต่อรองกับน้ำ