คอลัมนิสต์

เวนิสตะวันออก

เวนิสตะวันออก

14 พ.ย. 2554

เวนิสตะวันออก : บทบรรณาธิการ

           น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ มีข้อดีอยู่ประการหนึ่ง ซึ่งต้องบอกว่า รัฐบาล ผู้บริหารบ้านเมืองจะละเลยเพิกเฉยเสียไม่ได้ นั่นก็คือ คูคลองต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ หลายคนเพิ่งได้รู้จักคลองชื่อแปลกๆ จากข่าว ซึ่งทั้งคลองใหญ่คลองน้อย ล้วนเข้ามามีบทบาทในการสกัดกั้น และช่วยระบายน้ำผ่อนวิกฤติน้ำท่วมกรุงให้เบาบางลง อย่างเช่น คลองบางซื่อ ที่สามารถที่ทำหน้าที่เป็นทัพหน้าป้องกันน้ำบ่ามาจากด้านเหนือ ทั้งถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ไม่ให้เข้าถึงสะพานควายและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ในภาวะปกติที่ผ่านมานั้น สภาพของคลองบางซื่อก็คือ คลองน้ำ บรรจุน้ำเน่าและขยะคลองหนึ่งแถวๆ ย่านสะพานควาย-จตุจักรเท่านั้น ไม่มีใครใจใส่อย่างจริงจังที่จะพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพน้ำและศักยภาพการระบายน้ำ เช่นเดียวกับคลองเปรมประชากร ซึ่งทอดยาวจากปทุมธานีถึงใจกลางกรุงเทพมหานคร ก็ถูกบุกรุกด้วยผักตบชวา และบ้านเรือนประชาชน
   
          การบูรณาการแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเน้นไปในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งการลงทุนสิ่งปลูกสร้าง และถาวรวัตถุ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลนั้น แม้จะเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในบางพื้นที่ หากแต่ถ้าได้พิจารณา "ของดีที่มีอยู่แล้ว" ก็จะทำให้ลดการใช้จ่ายงบประมาณได้มาก และการทำควบคู่กันไปนั้นก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจในการรับมือกับอุทกภัยได้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในบางปีที่น้ำเหนือมีมากเกินกว่าเทคโนโลยีจะรับมือไหว ไม่ว่าจะเป็นเขื่อน ประตูระบายน้ำ พนังกั้นน้ำ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น การบริหารจัดการน้ำไม่ให้ท่วมก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็น ปล่อยให้ท่วมเฉพาะบางพื้นที่ที่รัฐบาลเห็นว่าไม่สร้างความเสียหายในมิติของทุนนิยม หรือภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด ปล่อยให้ภาคเกษตรกรรมกลายเป็นพื้นที่รับน้ำไปเสีย การกระทำเช่นนี้นอกจากจะเพราะความเห็นแก่ตัวให้เติบโตขยายใหญ่ขึ้นแล้ว ความขัดแย้งในสังคมก็จะยิ่งลุกลามออกไปด้วย
   
          ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อน้ำมีมากจริงๆ แล้ว กรุงเทพมหานครก็ไม่อาจจะหลบเลี่ยงจากภัยนี้ได้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและความคิดของคนเมืองใหม่ว่า ในปีน้ำหลากมากเกินจะรับไหวนั้น พวกเขาจำเป็นจะต้องได้รับผลกระทบบ้าง หากแต่เป็นผลกระทบที่พอรับได้ เช่น น้ำไม่ท่วมขังนานเกินไปจนเน่าเสีย และเกิดโรคระบาด ทางออกที่เป็นไปได้มากที่สุด รวดเร็ว และประหยัด ก็คือ การบูรณะฟื้นฟูคูคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำเท่านั้น หากแต่จะต้องใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ได้พร้อมกัน ทั้งเพื่อการคมนาคม และการท่องเที่ยวดังเช่นที่กรุงเทพฯ เคยได้รับการขนานนามว่า เวนิสตะวันออก ดังนี้แล้ว เมื่อถึงหน้าน้ำชาวเมืองหลวงก็ไม่ต้องวิตกทุกข์ร้อน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จวนเจียนจะเป็นโรคประสาท เพราะทุกคนรู้ดีว่า ถึงน้ำจะท่วม แต่ก็เป็นน้ำล้นตลิ่งจากคูคลองต่างๆ ที่ทำหน้าที่ระบายน้ำอยู่เท่านั้น ไม่ใช่น้ำทุ่งเน่าเหม็นหลากบ่าเข้าใส่ โดยที่คูคลองต่างๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง