คอลัมนิสต์

อุดรูรั่วแค่รั้วบ้านตัวเอง : บทบรรณาธิการ

อุดรูรั่วแค่รั้วบ้านตัวเอง : บทบรรณาธิการ

08 พ.ย. 2554

อุดรูรั่วแค่รั้วบ้านตัวเอง

          ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บทสรุปการทำงานสนองนโยบายรัฐบาลในการเข้าแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยของประเทศโดยกองทัพ จะออกมาในลักษณะที่เป็นผลลบต่อรัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ดูจะถูกพาดพิงมากที่สุด เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ไม่อาจบริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤติเช่นนี้ได้อย่างราบรื่น ซึ่งความเห็นของกองทัพก็สอดคล้องกับผลการสำรวจความเห็นของประชาชนโดยสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ก็ระบุออกมาในทำนองเดียวกัน
   
          แต่ก็จริงอย่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกว่า เราไม่ควรมาพูดเรื่องอย่างนี้ในภาวะที่อยู่หน้างาน ที่ประชาชนกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเป็นจำนวนมาก แต่ถ้อยแถลงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในห้วงเดียวกันนั้น ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบในการบริหารประเทศในภาวะวิกฤติที่น่าเป็นห่วงประชาชน มากกว่าความเป็นไปของรัฐบาล ซึ่งยังคงสะท้อนขอบเขตและอำนาจในการตัดสินใจที่ยังคงแบ่งเป็นภาคส่วน ไม่ต่างจากกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ส่งจดหมายไปขอเครื่องสูบน้ำจากกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานบังคับบัญชา
   
          ประเด็นที่คิดได้ง่ายและพูดได้คล่องปากก็คือ "เล่นการเมือง" ทั้งที่ในความเป็นจริงในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ผู้มีอำนาจสูงสุดสามารถบอกได้ว่า เมื่อใดควรเล่น เมื่อใดควรทำหน้าที่เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน แต่สิ่งที่สะท้อนออกมากลับไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนั้นเลย กลับยังคงแบ่งเขา แบ่งเรา และไม่รับรู้ว่า ในเขานั้นมีอะไร ในเรานั้นเหลืออะไร เพื่อจะเดินไปสู่เป้าหมายซึ่งก็เป็นเป้าเดียวกัน นั่นคือ การช่วยเหลือประชาชน
   
         นายกรัฐมนตรีรู้แต่เพียงเรื่องเดียวว่า กทม.ต้องการเครื่องสูบน้ำ และมีการจัดสรรให้แล้ว แต่ไม่รับรู้ว่า เมื่อได้แล้วจะนำเครื่องสูบน้ำไปทำอย่างไร สูบน้ำออกที่จุดไหน มีกำหนดหรือไม่ว่ากี่วันกี่คืนภารกิจบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนจะสิ้นสุด และที่สำคัญแผนการสูบน้ำของกทม.นั้น สอดคล้องกับการระบายน้ำของ ศปภ.หรือไม่ เพราะน้ำมวลใหญ่นั้นอยู่ในจังหวัดรอบๆ กทม.
   
          นาทีนี้นายกรัฐมนตรีต้องยก ศปภ. และครม.ทั้งคณะมาร่วมกับ กทม. ในขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เองก็ต้องเปิดประตูทุกบานเพื่อรับความช่วยเหลือ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ที่ไม่เพียงแค่จากคณะของนายกรัฐมนตรี หากแต่ยังรวมไปถึงข้อเสนอของผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ติดกับ กทม. เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างถูกต้องและต่อเนื่องมากที่สุด
   
          การแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยครั้งนี้จะมาตั้งแง่ว่า นี่เขตกทม. ไม่ใช่เขตที่รัฐบาล หรือ ศปภ.รับผิดชอบ โดยวางกรอบตนเองไว้เป็นเพียงหน่วยสนับสนุน นับเป็นการคิดที่เลือดเย็นและเห็นแก่ตัว เพราะในวันนี้แม้แต่คนในหมู่บ้านเดียวกันต่างก็รับรู้ว่า การอุดรูรั่วเฉพาะบ้านตนเอง โดยไม่สนใจภาพรวมของหมู่บ้านนั้น ไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะถ้าเพื่อนบ้านอยู่ไม่ได้ ไม่ว่าบ้านหลังใดก็หนีไม่พ้น